================================================== -->

ยืนยัน ตัว ตน รับ เครดิต ฟรี 20201️⃣M98

เครือข่ายวัดธรรมกายยื่น บกปปปปลด พงศ์พร พ้น ผอพศ โวยทำนอกเหนืออำนาจหน้าที่ ขณะที่นายกฯ ตอกกลับ จะเคลื่อนไหวอะไรนักหนา ผอพศทำผิดอะไร ชี้ปมทุจริตเริ่มจาก ขรกต้องสอบว่าเงินไปอยู่ที่ไหน ย้ำเคารพพระสงฆ์ทุกรูป ผิด-ถูกว่าไปตามกฎหมาย สุวพันธุ์ ยันพงศ์พรทำตามหน้าที่ เชื่อพระผู้ใหญ่เข้าใจ ที่กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บกปปป) เวลา 1000 น วันที่ 24 เมษายน นายจรูญ วรรณกสิณานนท์ พร้อมด้วย นอ วินัย เสวกวิ และตัวแทนกลุ่มชาวพุทธพลังแผ่นดิน เดินทางมายื่นเอกสารต่อ พลตตกมล เหรียญราชา ผบกปปป เพื่อเอาผิด พตทพงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (ผอพศ) ในความผิดฐาน ม157 เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ กรณีได้เข้าร้องทุกข์กล่าวหาพระชั้นผู้ใหญ่ 5 รูปมีส่วนเกี่ยวข้องการทุจริตเงินทอนวัด ล็อต 3 โดยนายจรูญกล่าวว่า วันนี้มาร้องเรียนต่อ ปปปกรณี พตทพงศ์พร หลังจากปฏิบัติหน้าที่นอกเหนืออำนาจหน้าที่ในตำแหน่ง ผอพศ ซึ่งกฎหมายมิได้มอบอำนาจไว้ มีเจตนาทำให้วงการคณะสงฆ์เกิดความเสียหาย เสื่อมเสียชื่อเสียง เป็นที่ดูหมิ่นเหยียดหยามจากประชาชนทั่วไป เป็นเหตุให้เกิดวิกฤติศรัทธาขึ้นต่อพระสงฆ์ และอันตรายต่อความมั่นคงต่อสถาบันศาสนา การตรวจสอบทุจริตนั้นมีสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง) ดำเนินการอยู่แล้ว ซึ่งคณะสงฆ์มีธรรมวินัยเพื่อดำเนินการตรวจสอบพระสงฆ์ด้วยกันเอง และฆราวาสไม่มีสิทธิ์กล่าวโทษหรือวินิจฉัยแทน โดยทาง พศเป็นหน่วยงานสนองงานเพื่อพระพุทธศาสนาไม่ใช่มาตรวจสอบว่าถูกหรือผิดเสียเอง ทั้งนี้ หาก ผอพศจะร้องทุกข์กล่าวโทษ ก็ควรถอดเครื่องแบบราชการออก และมาในฐานะประชาชนธรรมดาจะดีกว่า นายจรูญกล่าว ด้าน นอวินัยกล่าวว่า ศาสนาเป็น 1 ใน 3 สถาบันหลักของชาติ และเป็นเรื่องละเอียดอ่อน มีผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติ โดยเรื่องเงินทอนนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำเงินมาถวายพระ และนำเงินกลับไป แต่สุดท้ายมาโยนความผิดให้พระสงฆ์ ซึ่งเรื่องดังกล่าว ผอพศและพระสงฆ์ควรเป็นโจทก์ยื่นฟ้องหาผู้กระทำความผิดมากกว่า ไม่ใช่มาดำเนินคดีกับพระสงฆ์ ส่วน พลตตกมลกล่าวว่า เบื้องต้นรับเรื่องไว้ตรวจสอบ และให้พนักงานสอบสวน ปปปดำเนินการสอบคำให้การผู้ร้องทุกข์ ก่อนพิจารณาตามขั้นตอนต่อไป ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรบนายจรูญ เป็นเครือข่ายเดียวกับนายกรณ์ มีดี เลขาธิการสมาพันธ์ชาวพุทธแห่งประเทศไทย และ รทบรรจบ บรรณรุจิ อาจารย์ภาควิชาภาษาตะวันออก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่มีความสัมพันธ์ที่ดีกับวัดในสายธรรมกาย อาทิ วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร วัดสามพระยา ที่เคยเคลื่อนไหวต่อต้าน พตทพงศ์พรมาแล้ว ที่ทำเนียบรัฐบาล พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช) ให้สัมภาษณ์ถึงการเดินหน้าปราบทุจริตเงินทอนวัดรอบใหม่ ที่เริ่มมีความเคลื่อนไหวจากพระสงฆ์บางกลุ่มว่า ต้องย้อนกลับไปดูว่าเรื่องนี้เริ่มมาจากการทุจริตในสำนักงานพระพุทธศาสนาฯ จะถูกหรือผิดก็ต้องว่ากันไป แต่ในทางกฎหมายก็ต้องสอบสวนว่าเงินเหล่านี้ไปอยู่ที่ไหนบ้าง บัญชีเป็นของใคร เขายังไม่ได้ว่าใครผิดหรือถูกเลย แล้วจะมาเคลื่อนไหวอะไรกันนักหนา ถ้าชี้แจงได้และถูกต้องตามกฎหมาย ก็จบไป ผมเคารพพระทุกรูปที่อยู่ในกระบวนการทุกองค์ ผมเป็นคนศาสนาพุทธ นับถือพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ดังนั้นสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ต้องทำให้เกิดความชัดเจนขึ้น การที่จะมีการเคลื่อนไหวของกลุ่มชาวพุทธพลังแผ่นดิน ก็ต้องดูว่าการเคลื่อนไหวนี้มันถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ ขั้นตอน กระบวนการตรวจสอบเป็นอย่างไร ผมบอกแล้วว่ามันเริ่มมาจากข้าราชการ มาจากสำนักพุทธฯ ก็ต้องไปดูว่าเงินไปที่ไหน ก็ไปสอบที่นั่น ก็แค่นั้น อย่าตีกันไปตีกันมา และที่สุดก็ไปลงโทษเฉพาะข้าราชการ อย่างนี้มันก็ไม่เป็นธรรมน่ะซิ มันต้องเป็นธรรม กฎหมายบังคับใช้กับทุกคน ผมไม่อยากให้เกิดความวุ่นวายเกิดขึ้น ถ้าตัวเองรู้ว่ามันจะเกิดความวุ่นวายก็อย่าทำ ก็แค่นั้นเอง กฎหมายมันมีอยู่ ส่วนที่กลุ่มชาวพุทธพลังแผ่นดินเรียกร้องให้ปลด พตทพงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ พ้นจาก ผอพศนั้น นายกฯ กล่าวว่า ผอพศเขามีความผิดอะไรหรือยัง เขาทำผิดหรือทำนอกกติกาหรือยัง ก็ยัง มันเป็นเพียงขั้นตอนการนำเข้าสู่การตรวจสอบเท่านั้น ถือเป็นต้นทางของกระบวนการ ซึ่งเราก็ต้องหาคนดี คนซื่อสัตย์ คนที่ซื่อตรงมาทำงานตรงนี้ และกระบวนการยุติธรรมในการสอบสวนก็ต้องว่ากันไป ยืนยันว่าตนเคารพพระสงฆ์ทุกรูป นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมตประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงาน พศ กล่าวถึงกรณีกลุ่มชาวพุทธพลังแผ่นดินยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี, บกปปป, ปปช ให้เอาผิด พตทพงศ์พร ทำหน้าที่เกินอำนาจของผู้อำนวยการ พศ ว่า ตนได้ให้ พตทพงศ์พรทำงานในหน้าที่อย่างเต็มที่ และสนับสนุนการดำเนินการในหน้าที่อย่างเต็มที่ ส่วนที่มีข่าวว่าที่ประชุมมหาเถรสมาคม (มส) เมื่อวันที่ 20 เมย ไม่พอใจการทำหน้าที่ของผู้อำนวยการ พศนั้น ตนกลับได้ยินมาคนละอย่าง เพราะได้ยินมาว่าทุกอย่างราบรื่นดี ที่สำคัญ ในที่ประชุมวันนั้นมีแค่ มสกับ พตทพงศ์พรเท่านั้น ไม่มีคนอื่น และพระผู้ใหญ่ระบุว่าการประชุมเป็นไปด้วยดี ดังนั้นข่าวดังกล่าวออกมาได้อย่างไร ผู้สื่อข่าวถามว่า การเคลื่อนไหวต่อต้าน พตทพงศ์พรกลับมาอีกครั้งหนึ่ง จะกลายมาเป็นการกดดันรัฐบาลในเรื่องนี้อีกหรือไม่ นายสุวพันธุ์กล่าวว่า ผมคิดว่าท่านพงศ์พร ณ วันนี้เขาทำตามอำนาจหน้าที่ที่เขามีอยู่ ผมคิดว่าอย่างนั้น ส่วนกลุ่มที่ต่อต้านระบุว่า พตทพงศ์พรทำเกินหน้าที่ตัวเองนั้น นายสุวพันธุ์ กล่าวว่า ตนยังไม่เห็นอะไร และอยากจะเห็นหนังสือที่เขายื่นมาก่อน เมื่อถามว่า จะต้องเป็นกาวใจให้ พตทพงศ์พร กับพระผู้ใหญ่อีกหรือไม่ นายสุวพันธุ์กล่าวว่า ไม่หรอก ตนสามารถติดต่อประสานงานกับพระผู้ใหญ่ได้อยู่ เรื่องนี้ไม่มีอะไร เมื่อถามย้ำว่าทางพระผู้ใหญ่เข้าใจการตรวจสอบในครั้งนี้หรือไม่ นายสุวพันธุ์กล่าวว่า เข้าใจ อะไรที่ถูกว่าไปตามถูก อะไรที่ไม่ถูกให้ว่าไปตามนั้น ทางคณะสงฆ์ไม่มีอะไร ขณะที่นายไพศาล พืชมงคล กรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี (พลอประวิตร วงษ์สุวรรณ) เปิดเผยผ่านเพจเฟซบุ๊กว่า เตรียมโห่อีกทีครับพี่น้อง! ขบวนการเงินทอนโกงวัด โกง เงินอุดหนุนโรงเรียนพระปริยัติธรรม ทั้งหัวโล้นหัวดำลำพองหนัก กำลังเตรียมยื่นเรื่องถึงนายก ขอถอดถอน ผอพศออกจากตำแหน่งอีกแล้ว คอยจับตาว่าใครชงเรื่องถึงนายก ว่าจะเดินเกมอย่างไร ยังไม่เข็ดๆ

  • เยี่ยมชมบล็อก:868166
  • จำนวนบล็อกโพสต์: 123
  • กลุ่มผู้ใช้: ผู้ใช้ทั่วไป
  • เวลาลงทะเบียน:2021-09-25 16:56:18
  • ตรารับรอง:
รายละเอียดส่วนบุคคล

ขณะที่ นายสมปอง เจ้าของสวน เตรียมที่จะมีการทำรั้วล้อมรอบสวน ติดตั้งไฟสปอร์ตไลน์ และติดตั้งกล้องวงจรปิดเพื่อป้องกันคนร้ายมาก่อเหตุซ้ำอีก

ที่เก็บบทความ

2015(821)

2014(612)

2013(539)

2012(993)

การสมัครสมาชิก

การจำแนกประเภท: Jiangsu Express

บา คา ร่า ขั้น ต่ํา 50, ประยุทธ์ แสลงคำว่าดูด ย้ำไม่ใช่เครื่องดูดฝุ่น สวนหมัด มาร์ค กลับไปดูแลลูกพรรค รวมทั้งสำรวจผลงานที่ผ่านมา แจงลงพื้นที่บุรีรัมย์ไม่มี แอบพบคนตระกูลชิดชอบแน่ ลั่นตอนนี้เป็นกลาง ยังกั๊กเรื่องลงสนามการเมืองบอกยังไม่ถึงเวลา ขู่ใช้กฎหมายจัดหนัก วัชระ-สื่อ ปูดข่าวสี่หมื่นล้านไร้หลักฐาน อุตตม-สนธิรัตน์ ประสานเสียงพรรครัฐบาลยังไม่สะเด็ดน้ำ เมื่อวันที่ 24 เมย ในช่วงเช้า พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป) ระบุว่า คสชเดินสายดูดอดีตนักการเมือง โดยใช้ตำแหน่งผู้ช่วยรัฐมนตรีเป็นตัวล่อว่า ไม่ได้ยิน ฉันไม่ใช่เครื่องดูดฝุ่น วิพากษ์วิจารณ์ไปซิ ฉันไม่สนใจอยู่แล้ว ทำงานอย่างเดียวไม่เกี่ยวกัน ต่อมาในเวลา 1415 น พลอประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ย้ำอีกครั้งว่า บอกแล้วว่าไม่ใช่เครื่องดูดอากาศหรือเครื่องดูดฝุ่น เพราะฉะนั้นต้องไปดูว่าข้อกล่าวหาที่ว่า คสชหรือรัฐบาลนี้จะไปบังคับคนนั้นคนนี้ บังคับนักธุรกิจ พ่อค้า ประชาชน จะเอาอำนาจอะไรไปบังคับเขาเหล่านั้น ดังนั้นคำพูดดังกล่าวก็เป็นเรื่องของท่านเอง การที่บอกว่านักธุรกิจต้องสนับสนุนสิ่งต่างๆ ให้กับนักการเมืองและพรรคการเมืองนั้น ควรไปดูข้อกฎหมายว่าทำได้หรือไม่ เพราะถ้ากฎหมายระบุว่าทำไม่ได้ ก็ทำไม่ได้อยู่ดี เรื่องนี้ไม่ต้องไปห้ามใครเขา และเรื่องเหล่านี้ก็มีการตรวจสอบกันอยู่แล้ว เมื่อถามถึงกรณีเสียงวิจารณ์ คสชและรัฐบาลจะดูดตระกูลชิดชอบมาเป็นพรรคพวกเป็นรายต่อไป พลอประยุทธ์ตอบว่า ไม่อยากให้ทุกคนไปใช้คำดังกล่าวตามที่นักการเมืองพูดออกมา เพราะการกล่าวว่าใครดูดใคร ต้องไปดูว่าผลงานของพรรคการเมืองของเขาที่ผ่านมาเป็นอย่างไร มีการดูแลสมาชิกพรรค สสทุกคนมีโอกาสได้แสดงความคิดเห็นและนำความต้องการของประชาชนไปสู่การขับเคลื่อนของพรรคหรือไม่ ในขณะที่พรรคอื่นเป็นรัฐบาลหรือไม่ได้เป็น ได้ให้ความสำคัญกับสมาชิกที่เป็นลูกพรรคหรือไม่แค่ไหน หรือให้ความสำคัญไม่เพียงพอ ผมเข้าใจว่านักการเมืองทุกคน อยากเข้ามาทำงานเพื่อบ้านเมือง แต่มักไปติดที่นโยบายพรรค นโยบายหัวหน้าพรรคหรือผู้สนับสนุน แต่ยืนยันว่า คสชไม่มีใครมีบทบาทเหนือตรงนี้ เราสามารถทำงานทุกอย่างเป็นอิสระ ดังนั้นขอให้กลับไปดูที่ผลงาน ใครจะดูดหรือถูกดูดก็เป็นเรื่องของเขา และขอให้ไปดูแลสมาชิกของท่านให้ดีที่สุด ทั้งนี้ ผมเคยฟังนักการเมืองพูดว่าการเข้ามาทำงานให้ประเทศสำหรับพรรคการเมืองที่ได้เข้ามาเป็นรัฐบาล ก็อยากทำงานให้ครบตลอด 4 ปีตามอายุรัฐบาล แต่ทำไม่ได้มากนัก ช่วง 2 ปีแรกก็เริ่มทำงานได้ดีอยู่ แต่หลังจากปีที่ 2 ไปแล้วทำไม่ค่อยได้ เพราะต้องเตรียมตัวยุบสภา เขาพูดกับผมแบบนี้เลย เพราะฉะนั้นเขาอาจต้องทำอะไรต่างๆ ตามแนวทางนโยบายของพรรคและหัวหน้าพรรค ซึ่งมันไม่ถูกต้อง พลอประยุทธ์กล่าวย้ำต้องดูแลทุกฝ่าย นายกฯ กล่าวอีกว่า การเป็นรัฐบาลไม่ว่าจะมากหรือน้อย ต้องร่วมมือให้ได้ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาล ต้องดูแลทั้งสองฝ่าย ประชาธิปไตยคือต้องปฏิบัติตามเสียงส่วนใหญ่ ขณะเดียวกันก็ต้องดูแลเสียงส่วนน้อย ซึ่งเป็นฝ่ายค้านด้วยว่าจะทำอย่างไรให้พื้นที่ และประชาชนในพื้นที่ของฝ่ายค้านได้ประโยชน์ด้วย ก็จะลดปัญหาความเหลื่อมล้ำ รวมทั้งการกระจายรายได้ ที่ผ่านมาโทษกันไปมา ว่ารัฐบาลนี้รัฐบาลนั้นตัดงบประมาณในพื้นที่ต่างๆ ที่ไม่ใช่ของตัวเอง ซึ่งที่ผ่านมาการลงพื้นที่เดินสายหาเสียงยังทำไม่ได้เลย แล้วมันจะพัฒนาประเทศได้อย่างไร พลอประยุทธ์กล่าวว่า อยากขอร้องว่ารัฐบาลหน้าไม่ว่าใครเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาลก็ต้องร่วมมือกันในกิจการที่ก่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ ประชาชนทั้งประเทศได้ประโยชน์ ไม่ใช่ได้ประโยชน์เฉพาะพื้นที่ที่เป็นฝ่ายรัฐบาลอย่างเดียว ทุกคนที่เข้ามาทำงานการเมือง ไม่ต้องไปกลัวอะไรทั้งสิ้น จะเลือกตั้งเมื่อไหร่มันอยู่ที่ว่าเราจะบริหารราชการแผ่นดินได้อย่างไรให้โปร่งใสเป็นธรรม ไม่เช่นนั้นก็จะซักฟอกคัดค้านอภิปรายกันไปเรื่อย เหมือนที่ผ่านมาไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้สักอย่าง คสชและรัฐบาลเข้ามาทำงานตรงนี้ไม่ใช่คู่ขัดแย้งของใคร รัฐบาลเป็นเหมือนคนกลางที่เข้ามา ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาลในอดีตที่ผ่านมา รัฐบาลนี้ก็ต้องอยู่ตรงกลาง และทำทุกอย่าง ไม่ว่าใครจะเป็นรัฐบาลหรือฝ่ายค้านในวันข้างหน้าก็ต้องร่วมมือกันให้ได้ รัฐบาลมุ่งหวังเพียงเท่านั้น เมื่อถามว่า มีเสียงสะท้อนว่าหากนายกฯ จะดึงนักการเมือง ก็ควรดึงนักการเมืองที่ดีๆ พลอประยุทธ์ กล่าวว่า แน่นอน แต่อะไรคือที่ว่าดีๆ ที่ดีๆ คืออะไร หลายคนอาจอยากทำความดี แต่มันทำดีไม่ได้ ท้ายที่สุดถูกนโยบายพรรค ถูกอะไรต่างๆ มันทำให้เขาต้องเปลี่ยนแปลง ปรับตัวเองก็เลยเสียไปทั้งหมด ไม่ได้รังเกียจนักการเมือง หากใครมาแสดงบทบาทว่าจะร่วมกันพัฒนาประเทศ ทำเพื่อประเทศชาติ เราจะไม่ทำการเมืองแบบเดิมๆ ก็ยินดีกับทุกคน จะมาอยู่ตรงไหนก็อยู่ไปเถอะ พลอประยุทธ์กล่าวอีกว่า หลังตั้งนายสนธยา คุณปลื้ม หัวหน้าพรรคพลังชลมาเป็นที่ปรึกษานายกฯฝ่ายการเมือง ก็ยังไม่มีการตั้งใครเพิ่ม และการตั้งนายสนธยานั้น ก็เพื่อให้ดูภาคตะวันออก เพราะเขาทำงานทางภาคตะวันออก ได้รับความเชื่อมั่นจากประชาชนพอสมควร จึงให้มาเป็นที่ปรึกษาแค่นั้น ไม่ได้มุ่งหวังทางการเมืองอะไร วันนั้นบังเอิญตอบเร็วไปนิดหนึ่ง ซึ่งเรื่องการเมือง ยังไม่ได้ปรึกษาอะไรสักคำ เพราะยังไม่ได้เดินการเมืองเลย ใครจะเดินก็ว่าไป เมื่อถามว่า การประชุม ครมและลงพื้นที่ จสุรินทร์และบุรีรัมย์ ในวันที่ 7-8 พคนี้ มีอะไรพิเศษหรือไม่ พลอประยุทธ์กล่าวว่า เป็นการลงพื้นที่ปกติ เหมือนจังหวัดอื่นๆ ไม่มีการพบใครแบบส่วนตัวหรือพบใครในที่รโหฐาน แต่พบกันในที่ใหญ่ๆ กว้างๆ ร่วมกับประชาชนทั่วไป เพราะใครจะมารับก็ไม่ปฏิเสธ ถือเป็นเรื่องเจ้าบ้านที่ดีก็มารับเป็นธรรมดาลั่นยังไม่ตกลงใคร ผมไม่ไปตกลงการเมืองอะไรกับใครทั้งสิ้น ผมไม่สามารถตกลงอะไรกับใคร เพราะผมยังไม่ไปสู่ตรงนั้น เป็นเรื่องของกระบวนการทางการเมือง ใครจะทำอะไรก็ทำไป แต่อย่ามาเอาผมไปเกี่ยวข้องตรงนี้ พลอประยุทธ์กล่าว ถามอีกว่า ในเดือน มิย ยังเชิญพรรคการเมืองมาหารือเพื่อกำหนดวันเลือกตั้งอยู่หรือไม่ พลอประยุทธ์กล่าวว่า ตั้งแต่ มิยเป็นต้นไป จะหาโอกาสพูดคุย เขาอยากจะคุยหรือไม่ ยังไม่รู้เหมือนกัน เพราะเขาบอกจะไม่คุย แล้วจะไปคุยกับใคร คุยกับสื่อหรือ สื่อไม่ใช่นักการเมือง แล้วไปยุ่งอะไรกับนักการเมืองเขา เมื่อเขาไม่อยากคุยก็ไม่ต้องคุย ก็แค่นั้น ทำไมต้องมากดดันรัฐบาล เมื่อถามว่า อึดอัดใจหรือไม่ที่มีหลายพรรคการเมืองอยากเสนอชื่อ พลอประยุทธ์เป็นนายกฯ คนนอกหลังเลือกตั้ง พลอประยุทธ์ตอบว่า รู้สึกเฉยๆ เพราะผมยังไม่ได้ตอบรับอะไรใครซักคน เมื่อถามย้ำว่า แต่ไม่ปฏิเสธตอบรับใช่หรือไม่ พลอประยุทธ์นิ่ง หยุดคิดไปครู่หนึ่ง ก่อนกล่าวว่า ไม่รู้ๆ เมื่อถามอีกว่าแนวทางของพรรคการเมืองแบบใดที่จะตัดสินใจเข้าร่วม พลอประยุทธ์ตอบว่า ผมไม่ร่วมกับพรรคไหน แล้วจะไปร่วมอะไรกับใครได้ ตอนนี้ไม่รู้ตัว ผมอยู่ตรงกลาง จะเป็นอะไร จะทำอะไรก็แล้วแต่ ผมต้องอยู่ตรงกลางให้ได้ คำว่าตรงกลางคือเอาทุกคนมาร่วมกันบริหารประเทศให้ได้ ด้วยกลไกประชาธิปไตย แต่จะไปอย่างไรผมยังไม่รู้ และผมจะไปตรงนั้นได้อย่างไรก็ยังไม่รู้เหมือนกัน พลอประยุทธ์กล่าวถึงกรณีนายวัชระ เพชรทอง อดีต สสพรรค ปชป ระบุว่า คสชเตรียมสืบทอดอำนาจโดยใช้เงินตั้งพรรคทหารถึง 40,000 ล้านบาท ว่า นายวัชระพูดหลายครั้งแล้ว ชอบพูดประเด็นนั้น ประเด็นนี้ว่ามีการทุจริต เสร็จแล้วก็เงียบหายไป เดี๋ยวก็กลับไปเอามาใหม่ ขอความกรุณาว่าให้ไปหาข้อมูล มาสิว่า 4 หมื่นล้านมาจากไหน เพราะไม่ใช่เงินน้อยๆ จะเอามาได้อย่างไร เอามาจากใคร แล้วใครจะให้ตั้ง 4 หมื่นล้าน แล้วจะเอาเงินจำนวนนี้ไปตั้งพรรคการเมืองหรือ เอาเงินจำนวนนี้ไปดูแลประชาชนไม่ดีกว่าหรือ ถ้าได้เงินมาขนาดนี้ เราต้องว่ากันด้วยหลักฐาน ผมกำลังให้ฝ่ายกฎหมายดูว่าการออกมาพูดแบบนี้มันทำให้เกิดความเสียหายอะไรหรือไม่อย่างไร รวมถึงสื่อสำนักพิมพ์ต่างๆ ที่นำมาเผยแพร่ด้วย เพราะถ้าเผยแพร่โดยไม่มีหลักฐาน ก็มี พรบคอมพิวเตอร์ดูแลอยู่ ก็ขอให้ระมัดระวังกันด้วย เพราะไม่อยากให้ใครเดือดร้อน รัฐบาลไม่ได้ขู่ ไม่ได้ใช้กฎหมายไปบังคับ แต่กฎหมายมันมีอยู่แล้ว ก็ขอเตือนให้ทุกคนได้ทราบ พลอประยุทธ์กล่าว ภายหลังนายกฯ แถลงข่าวเสร็จสิ้น นายกฯ ได้เดินออกจากโพเดียมอย่างอารมณ์ดี เมื่อผู้สื่อข่าวได้กระเซ้าว่า ดูนายกฯ แก้มตอบไป พลอประยุทธ์กล่าวว่า ไม่ได้ไปเสริมสวยแบบเธอ แต่เมื่อผู้สื่อข่าวจึงชี้แจงว่าที่ถามว่าแก้มตอบหมายถึงการดูดนักการเมืองขณะนี้ พลอประยุทธ์กล่าวว่า จะไปดูดนักการเมืองอะไร ยังไม่ได้เป็นหัวหน้าพรรคไหนเลย เมื่อถามสวนว่า แล้วนายกฯ จะเป็นหัวหน้าพรรคใดหรือไม่ พลอประยุทธ์กล่าวว่า ไม่รู้ และเมื่อถามอีกว่าไม่รู้แสดงว่าไม่ปฏิเสธใช่หรือไม่ พลอประยุทธ์กล่าวทันทีว่า ไม่แสดงตอนนี้ มีรายงานว่า นายวัชระเตรียมแถลงชี้แจงประเด็นดังกล่าวที่พรรคในเวลา 1030 น วันที่ 25 เมยพรรครัฐบาลไม่คืบหน้า นายอุตตม สาวนายน รมวอุตสาหกรรม ปฏิเสธตอบคำถามเตรียมตั้งพรรคการเมือง โดยกล่าวเพียงว่า เคยให้สัมภาษณ์ไปแล้ว ขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้าและความชัดเจนใดๆ และยืนยันว่าไม่มีการประสานภาคธุรกิจขอความร่วมมือไม่ให้สนับสนุนพรรคการเมืองที่มีอยู่อย่างที่วิพากษ์วิจารณ์ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมวพาณิชย์ กล่าวถึงเสียงวิพากษ์วิจารณ์การดูดนักการเมืองเพื่อหวังประโยชน์ทางการเมือง ว่าข้อเท็จจริงการแต่งตั้งนายสนธยาเพื่อต้องการให้มาช่วยงานในโครงการระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษ (อีอีซี) ที่รัฐบาลมีปัญหาสื่อสารเรื่องนี้ไปสู่การรับรู้ของประชาชน ไม่เห็นว่าจะดูดนักการเมืองอย่างไร เข้ามาช่วยเราทำงาน เมื่อถามถึงความคืบหน้าเตรียมตั้งพรรคการเมือง นายสนธิรัตน์กล่าวว่า ยังหารือกันอยู่ มีกระบวนการหลายๆ อย่าง แต่ยังไม่คืบหน้าใดๆ ยังตอบไม่ได้ว่าสเปกคนในพรรคจะเป็นอย่างไร เพราะเป็นเรื่องที่ต้องผ่านการตกลงกันก่อน ด้านนายสมคิด เชื้อคง อดีต สสอุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสการดูดนักการเมืองว่า เป็นเรื่องปกติ ใครจะโดนดูดไม่เป็นอะไร สำคัญที่นายอภิสิทธิ์อย่าโดนดูดไปด้วยก็แล้วกัน เคยพูดไม่สนับสนุนนายกฯ คนนอก ขอให้มั่นคงกับสิ่งที่พูด อย่าเปลี่ยนจุดยืน ไม่ใช่พอหลังเลือกตั้งไปแล้วเป็นอีกแบบ ขอเตือนเอาไว้ก่อนด้วยความเป็นห่วง ส่วนที่นายวัชระระบุถึงเม็ดเงิน 4 หมื่นล้านบาทนั้น ไม่ทราบ แต่กระบวนการเหล่านี้หากมีการเสนอมาหนีไม่พ้นเรื่องเงิน เรื่องตำแหน่ง เป็นเหมือนการตีตราจองล่วงหน้า แปลกใจฝั่งผู้มีอำนาจมากกว่า ก่อนหน้าเคยบอกว่ารังเกียจนักการเมือง เป็นคนไม่ดี เป็นพวกโกงกิน แล้วทำไมตอนนี้พยายามให้พวกเขามาร่วมงานด้วย ที่พูดเอาไว้ก่อนยึดอำนาจในวันนั้น กับวันนี้ไม่เหมือนกันแล้ว แสดงว่าไม่ต้องการปฏิรูปการเมืองอย่างแท้จริง นายสมคิดกล่าว เมื่อถามถึงพื้นที่ จอุบลราชธานี มีความเคลื่อนไหวอะไรที่น่าจับตาหรือไม่ นายสมคิดกล่าวว่า ได้ยินกระแสข่าวมาเหมือนกันว่า พรรคพลังประชารัฐ พรรคพลังชาติไทย และพรรคเสรีรวมไทย เริ่มไปหาผู้คน เตรียมตัวทำกิจกรรมการเมือง โดยเฉพาะพลังประชารัฐ มีการขับเคลื่อนมาก ประสานมาทางนักการเมืองชื่อดังบางคนที่เคยทำพรรคการเมืองมาก่อน แต่พวกเราไม่หวั่นไหว พรรคเพื่อไทยในฐานะแชมป์เก่า หน้าที่เราคือต้องการป้องกันแชมป์ต่อไป แม้จะเป็นเรื่องยาก กรมการแพทย์แผนไทยฯ ใช้เวลา 3 ชมประชุมร่วมสมุนไพรนายแสง พบไม่มีผลรักษามะเร็ง แต่ไม่เป็นพิษต่อร่างกาย ยังขึ้นทะเบียนเป็นผลิตภัณฑ์สุขภาพไม่ได้ แนะประชาชนโดยเฉพาะช่วงต้นๆ รักษาควบคู่กันไป ด้านนายแสงเผยทดลองในห้องอาจจะมีผลแบบหนึ่ง แต่ถ้าเข้าไปอยู่ในร่างกายคนก็อาจจะมีอีกแบบ ยันขอแจกต่อจนกว่าจะไม่ไหว ไม่แน่อาจขายสูตรให้ต่างชาติ ถ้าหมอไทยบอกรักษาไม่ได้ผล เมื่อวันที่ 24 เมษายนนี้ ที่กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ได้มีการหารือร่วมกันเรื่องประสิทธิภาพสมุนไพรสูตรของนายแสงชัย ต่อการรักษาโรคมะเร็ง โดยมี นพปราโมทย์ เสถียรรัตน์ รองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก, นพณรงค์ อภิกุลวณิช รองอธิบดีกรมการแพทย์, นพวีรวุฒิ อิ่มสำราญ ผอสถาบันมะเร็งแห่งชาติ, นายแสงชัย แหเลิศตระกูล หรือหมอแสง และทีมนักวิจัยประสิทธิภาพสมุนไพรสูตรของนายแสงชัย ต่อการรักษาโรคมะเร็ง โดยเริ่มมีการหารือตั้งแต่ 0900 น ใช้เวลา 3 ชั่วโมง ซึ่งไม่ให้สื่อมวลชนหรือผู้ใดเข้าร่วมรับฟังแต่อย่างใด ต่อมาเวลา 1200 น นพณรงค์ให้สัมภาษณ์ว่า ทางกรมได้นำตัวอย่างสมุนไพรนายแสงชัยมาทดลองในลักษณะตัวยาที่มีความเข้มข้นต่างกัน แยกเป็นที่อยู่ในสารน้ำ ในเลือด และปริมาณที่มีความเข้มข้นสูงๆ ไปทดสอบในหลอดทดลองกับเซลล์มะเร็ง 7 แบบ คือ มะเร็งเต้านม 3 ชนิด มะเร็งตับ มะเร็งปอด มะเร็งลำไส้ และมะเร็งกระเพาะอาหาร ผลการทดลองในหลอดทดลองนั้นพบว่า ตัวฤทธิ์ของสมุนไพรไม่สามารถยับยั้งเซลล์มะเร็งได้ ทั้งนี้ ในเรื่องการเดินหน้าวิจัยในสัตว์ทดลองและในคนต่อหรือไม่นั้น ต้องมีการคุยกันพอสมควร เพราะมีหลายมุมมอง เท่าที่คุยกันในวันนี้คิดว่าคงต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง แต่ต้องเรียนว่าการดูแลแบบคู่ขนานทุกระยะ คิดว่าถ้าช่วยกันดูแล ประชาชนน่าจะได้ประโยชน์สูงสุด อยากบอกพี่น้องประชาชนว่าอย่ารักษาข้างใดข้างหนึ่ง โดยเฉพาะระยะต้นๆ ส่วนกลุ่มที่เป็นระยะท้ายๆ การมารับยานายแสงชัยเพื่อประคับประคองนั้นสามารถทำได้ ซึ่งนายแสงชัยก็เห็นด้วย อย่างไรก็ตาม ในการทดสอบสมุนไพรของนายแสงชัยในเรื่องคุณภาพชีวิตนั้น พบว่าไม่มีความเป็นพิษ ดังนั้นการรักษาคู่ขนานน่าจะเป็นคำตอบที่ดีกับประชาชน ส่วนประเด็นว่าระหว่างนี้จะมีช่องทางในการขึ้นทะเบียนสมุนไพรสูตรของนายแสงชัยเป็นผลิตภัณฑ์สุขภาพใดตามกฎหมาย ซึ่งนายแสงชัยเองก็ได้สอบถามในประเด็นนี้เช่นกัน ก็ขอเรียนว่าคงยังไม่ได้ ด้านนายแสงชัยกล่าวว่า สิ่งที่กรมการแพทย์ฯ นำไปทดลองนั้นเป็นเพียงการวิจัยในหลอดทดลอง ซึ่งปรากฏว่าไม่มีผลในการยับยั้งเซลล์มะเร็ง แต่ไปอยู่ในตัวคนแล้วเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ถ้าเข้าร่างกายแล้วมันก็ไปตามเส้นเลือด ไม่รู้จะรักษามะเร็งได้หรือไม่ ซึ่งกรมการแพทย์ฯ ก็บอกว่าคนที่พอมีฐานะ มีความรู้ กลัวจะเสียโอกาสก็ไปให้แพทย์รักษา อย่าพยายามมากินสมุนไพรตัวนี้เลย ยืนยันว่าถ้าไม่มีการห้ามก็จะยังแจกสมุนไพรต่อไป เพราะเป็นความหวังของประชาชน จริงๆ แล้วถามว่าที่เราทำมากว่า 10 ปีก็ย่ำอยู่กับที่ เปลี่ยนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยฯ อธิบดีกรมการแพทย์ มากี่คนแล้ว สถาบันมะเร็งฯ ก็เปลี่ยน ผอมาหลายคน แต่ของเรายาเป็นตำนาน ส่วนเรื่องสูตรจะขายให้ต่างชาติหรือไม่นั้นก็ไม่แน่ หากหมอไทยบอกไม่ได้ผล ซึ่งมีหมอจากเยอรมนี รพจากอเมริกา เขาก็มาเฝ้าทุกระยะเพื่อติดต่อขอซื้อ แต่ยังไม่อยากขาย โดยจะไปแจกต่อที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ในวันที่ 2 พคนี้ ทั้งนี้ ในการชี้แจงต่อประชาชนนั้น ประชาชนต้องการรู้แค่ว่าตนต้องการจะแจกยาต่อหรือไม่เท่านั้นเอง เมื่อถามต่อว่าผลทดลองบอกไม่ได้ผลในการฆ่าเซลล์มะเร็ง ดังนั้นจะปรับกลุ่มการแจกสมุนไพรหรือไม่ นายแสงชัยกล่าวว่า ถ้าผู้ป่วยเขาพร้อมจะไปรับ เราก็ให้ หรือถ้าเขาสะดวกก็ไปที่สถาบันมะเร็งฯ ซึ่งรักษาทุกระยะ ไม่มีไล่กลับบ้าน รับได้หมด ทั้งนี้ ยืนยันว่าผู้ป่วยที่มารับสมุนไพรนั้นไม่มีการทิ้งการรักษาแผนปัจจุบัน แต่คนป่วยที่หมดทางรักษาแล้วอยู่ในมือเราหลายพันคน ซึ่งสมุนไพรเราเองก็ไม่มีสูตรแยกว่าเป็นมะเร็งชนิดไหน มะเร็งคือไวรัสชนิดหนึ่ง เราก็ฆ่ามันเท่านั้นเอง ส่วนในเรื่องการขยายผลจริงๆ อยู่ที่ภาครัฐ ตนมีแค่หน้าที่ผลิต ซึ่งก็ทำมาตลอด แต่ก็บอกทุกครั้งว่าให้รักษาควบคู่กันไป ตนบอกตลอดว่าไม่ใช่หมอ แต่เป็นผู้แบ่งปันคนหมดหนทาง ไม่เป็นไร วันนี้กำลังการผลิตอยู่ที่ 4 แสนเม็ดต่อเดือน จะแจกต่อไปจนกว่าจะไม่ไหว สำหรับกรณีมีคนตั้งข้อสังเกตเรื่องว่าทำไมต้องมีการลงบันทึกประจำวันนั้น ก็คงต้องไปถามคนที่ตั้งคำถามว่าคนที่ผ่าตัดใน รพ ทำไมต้องให้ญาติเซ็น คนจะตาย ตายแล้วไม่เดือดร้อน เราให้แค่นี้พอ พอแจ้งความแล้วตำรวจจะรู้ยอดคน จะได้ให้การดูแลได้ ที่มาของยา 6 เม็ด เพราะมันไม่พอเลยแบ่งจาก 10 เม็ดเหลือ 6 เม็ด นายแสงชัยกล่าวต่อว่า ที่รัฐทำคือทดลองในหลอดทดลอง จะเอามาทดลองในคนไม่ได้ เพราะผิดจริยธรรม แต่ตนทำตายไปหลายคนแล้ว เพราะเราทดลองตามผู้ป่วยติดเตียงตามบ้าน ตามวัด ก็ตายประมาณ 300-500 คน ซึ่งผู้ป่วยติดเตียงที่ไม่มีทางรอด ญาติยอมเราก็ให้กิน อันนั้นคือคิดการใหญ่ใจต้องถึง มัวแต่ไปรอภาคส่วนรัฐที่ต้องรอทดลองในหลอดทดลองแล้ว สัตว์น้อยสัตว์ใหญ่ ตนไม่เอาหรอก จะรักษาคน ไม่ได้รักษาสัตว์ ไม่ได้รักษาสัตว์ทดลอง ก็เลยเอาคนจริง ซึ่งก็ขออนุญาตญาติเขาแล้ว ไม่กังวลว่ามันเป็นการวิจัยในมนุษย์ บา คา ร่า sagame350ผลในทางปฏิบัติของคำสั่งนี้ก็คือ ทำให้กรรมการสรรหา กสทชที่มี อุดมศักดิ์ นิติมนตรี เป็นประธานจะมีการประชุมกันในสัปดาห์นี้ เพื่อเตรียมเปิดรับสมัครคัดเลือก กสทชกันใหม่ สรุปว่าล้มหมด ไม่ต้องทำแล้ว ให้ยกเลิกไป แช่แข็งกระบวนการนี้ไว้ก่อนจนกว่าหัวหน้า คสชจะมีคําสั่งเป็นอย่างอื่นหลังรับเรื่อง ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่พบ นายสมปอง ยืนรออยู่ ก่อนจะพาผู้สื่อข่าวไปดูร่องรอยที่คนร้ายได้เข้ามาขโมยตัดทุเรียนพันธุ์หมอนทองภายในสวนไปกว่า 200 ลูก คิดเป็นมูลค่าหลายหมื่นบาท เบื้องต้นเจ้าของสวนได้มีการแจ้งความที่สถานีตำรวจภูธรมะขาม ไว้เป็นหลักฐานแล้ว ก่อนที่นายสมปอง จะว่าจ้างนายทองใส กองสุวรรณ อายุ 65 ปี และแรงงานชาวกัมพูชา มาทำการตัดทุเรียนที่สามารถเก็บเกี่ยวขายให้กับพ่อค้าแม่ค้าได้แล้ว เพื่อป้องกันคนร้ายเข้ามาก่อเหตุขโมยตัดทุเรียนในสวนซ้ำ

วิระชัย สั่งประสานเหล่าดารา เน็ตไอดอลรีวิวสินค้าเมจิก สกิน แย้มล็อตแรก 7 รายเจอหมายเรียกเข้าให้ปากคำ 26 เมยนี้ ส่วนที่เหลือจะทยอยเรียก ชี้อาจมีความผิดฐานตัวการร่วม วันเดียวกันนำ อยเข้าตรวจโรงงานย่านสมุทรสาคร พบความผิดหลายข้อหา เตือนกลุ่มผู้เสียหายรีบเข้าแจ้งความ ไม่เช่นนั้นต้องฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายเอาเอง ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ วันที่ 24 เมษายนนี้ พลตอวิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบตร เปิดเผยถึงความคืบหน้าการดำเนินคดีเครือข่ายบริษัท เมจิก สกิน ที่ผลิตเครื่องสำอางและอาหารเสริมผิดกฎหมาย โดยระบุว่า ในช่วงบ่ายวันเดียวกันจะมีการเข้าตรวจค้นโรงงานที่ผลิตสินค้าในเครือเมจิก สกิน ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร ทั้งนี้ จากการสอบสวนยืนยันว่าสินค้าในเครือเมจิก สกิน เป็นสินค้าผิดกฎหมาย ไม่มีเครื่องหมายรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย) ซึ่งพบมีการปลอมแปลงหมายเลข อย เป็นสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน ไม่มีส่วนผสมรกแกะจริงตามที่กล่าวอ้าง รวมถึงมีการโฆษณาชวนเชื่อเกินจริง โดยจากการตรวจสอบต้นทุนการผลิตสินค้าในเครือสกินนั้นมีต้นทุนที่ต่ำและขายได้กำไรเกิน 100% พลตอวิระชัยกล่าวว่า ตำรวจอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานว่ามีศิลปิน ดาราคนใดมีส่วนเกี่ยวข้องบ้าง โดยคาดว่าในวันที่ 26 เมยนี้ จะมีความชัดเจนว่าจะเรียกศิลปิน ดาราคนใดเข้าสอบปากคำต่อพนักงานสอบสวนบ้าง เบื้องต้นคาดว่าจะออกหมายเรียกก่อนประมาณ 7 ราย จากนั้นจะทยอยเรียกดาราที่เหลือต่อไป ทั้งนี้ ในการรีวิวสินค้าของดารา ศิลปินที่กล่าวอ้างว่าใช้สินค้าแล้วดี ใช้แล้วสวยนั้น เบื้องต้นถือเป็นความผิดฐานตัวการร่วม พร้อมฝากถึงดารา ศิลปินว่า เนื่องจากเป็นบุคคลสาธารณะจึงขอให้มีการตรวจสอบสินค้าทุกชนิดก่อนทำการโฆษณา ว่าเป็นสินค้าได้มาตรฐานหรือถูกกฎหมายหรือไม่ รายงานข่าวแจ้งว่า ดารา นักแสดง ที่อาจถูกเชิญเข้าพบ มีอาทิ ดีเจพุฒ-พุฒิชัย เกษตรสิน, แพทตี้-อังศุมาลิน สิรภัทรศักดิ์เมธา, วุ้นเส้น-วิริฒิพา ภักดีประสงค์, เมย์-พิชญ์นาฏ สาขากร, เป้ย-ปานวาด บุญยรัตกลิน, มาร์ช-จุฑาวุฒิ ภัทรกำพล และไอซ์-อภิษฎา เครือคงคา ข่าวแจ้งว่า จากการสอบปากคำนางวรรณภา พวงสน เจ้าของบริษัท เมจิก สกิน ระบุว่า บริษัทได้ว่าจ้างดารา นักแสดง และเน็ตไอดอล รีวิวโฆษณาสินค้าผ่านหน้าเพจเครื่องสำอางของบริษัท และอินสตาแกรมส่วนตัวของดารา ในราคาตั้งแต่ 1 หมื่นบาท ถึง 5 หมื่นบาท ในช่วงบ่าย พลตอวิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบตร พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ อย นำหมายค้นเข้าตรวจค้นโรงงาน POS คอสเมติกส์ (ไทยแลนด์) รับผลิตเครื่องสำอาง เวชสำอาง ครบวงจร เครือข่ายบริษัท เมจิก สกิน ที่ ตสวนหลวง อกระทุ่มแบน จสมุทรสาคร ซึ่งเป็นโรงงาน 1 ใน 5 โรงงานที่ผลิตสินค้าในเครือเมจิก สกิน จดทะเบียนในชื่อของนายกสิทธิ์ วรชิงตัน หรือหญิงย้วย หนึ่งในผู้ต้องหาที่เป็นผู้ดูแลโรงเรียนสอนรวยเกี่ยวข้องกับบริษัท เมจิก สกิน การตรวจค้นครั้งนี้ เจ้าหน้าที่พบคนงาน 4 คน ซึ่งให้ข้อมูลว่า โรงงานแห่งนี้เปิดดำเนินการมาปีกว่าแล้ว ซึ่งจะให้คนงานเข้ามาทำงานจากประตูด้านหลังและไม่ให้เปิดประตูด้านหน้า คนงานสามารถเข้ามาทำงานในช่วงกลางคืนเท่านั้น ขณะที่เจ้าของโรงงานจะไม่ค่อยเข้ามา ส่วนมากใช้การโทรศัพท์สั่งงาน พลตอวิระชัยเปิดเผยว่า โรงงานนี้ไม่มีใบอนุญาตการจัดตั้งโรงงาน และพบว่าพื้นที่ตั้งที่ขออนุญาตจดประกอบกิจการเป็นที่รกร้าง รวมถึงการใช้อุปกรณ์การผลิตไม่ตรงกับภาพที่ใช้โฆษณา ซึ่งถือเป็นการหลอกลวงประชาชน เข้าข่ายเป็นการฉ้อโกงประชาชน โดยหลังจากนี้จะนำของกลางที่พบในโรงงานทั้งหมดไปตรวจสอบว่ามีสารเคมีที่เป็นอันตรายหรือไม่ จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ การจดทะเบียนโรงงานแห่งนี้ จดในชื่อของนายกสิทธิ์ วรชิงตัน หรือหญิงย้วย ซึ่งได้มีการเปลี่ยนชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์เป็นนายอภิวัฒน์ พงษ์พัฒนานุกูล เป็นผู้ครอบครองแล้ว โดยถือว่ามีความผิดเข้าข่ายฐานฉ้อโกงประชาชน ฐานประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ประกอบกิจการโดยไม่มีใบอนุญาต ประกอบกิจการผลิตเครื่องสำอางโดยไม่มีการจดแจ้ง ส่วนผู้เสียหายขณะนี้มีประมาณกว่า 200 รายที่เข้าร้องทุกข์กับตำรวจกองปราบปรามแล้ว และเจ้าหน้าที่ได้ยึดทรัพย์ของผู้กระทำผิดไว้ 19 ล้านบาท เพื่อจะนำมาเยียวยาให้กับผู้เสียหายหลังศาลมีคำพิพากษา ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ฝากไปถึงผู้เสียหายให้ไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อรับเงินเยียวยาคืน ไม่เช่นนั้นจะต้องไปฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายเอง ส่วนกรณีดารา นักแสดง เน็ตไอดอล ที่รับรีวิวสินค้ากว่า 56 คน ภายในสัปดาห์นี้เจ้าหน้าที่เตรียมประกาศรายชื่อผู้ที่ต้องเข้าให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยจะพิจารณาใน 3 ข้อหา คือ การโฆษณาต้องไม่ใช้ข้อความที่ไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภค มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 3 แสนบาท, ผู้ใดที่โฆษณาคุณประโยชน์ คุณภาพของอาหารอันเป็นเท็จ มีโทษจำคุก 3 ปี ปรับไม่เกิน 3 หมื่นบาท และข้อหาโฆษณาคุณประโยชน์ คุณภาพ หรือสรรพคุณเพื่อประโยชน์ทางการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต ปรับ 5,000 บาท ด้านนายสมชาย ปรีชาทวีกิจ เลขาธิการ อย กล่าวว่า ที่ผ่านมา อยไม่ได้ปล่อยปละละเลยหรือนิ่งนอนใจ ได้มีการประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจมาโดยตลอด ส่วนตามกฎหมายเครื่องสำอาง หากขอจดแจ้งและการตรวจสอบไม่พบสารอันตรายในผลิตภัณฑ์ อยก็จะรับจดแจ้งและติดตามในภายหลัง แต่ยอมรับว่าช่วงหลังมานี้มีผลิตภัณฑ์ที่ขอจดแจ้งเพิ่มมากขึ้น ส่วนที่ตั้งโรงงานไม่ตรงกับที่ทำการจดทะเบียน ขณะนี้ทาง อยเตรียมออกเป็นกฎกระทรวงเพื่อบังคับใช้อย่างเข้มงวดแล้ว มีรายงานด้วยว่า อยได้ส่งรายชื่อ 7 ดารา นักร้อง และนักแสดง ที่พบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องโดยการร่วมเป็นพรีเซนเตอร์ให้กับบริษัท เมจิก สกิน ให้ตำรวจแล้วทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่า คนร้ายที่ลงมือก่อเหตุขโมยตัดทุเรียนของ นายสมปอง น่าจะเป็นคนร้ายรายเดียวกันกับที่เข้ามาก่อเหตุขโมยตัดทุเรียนของ นายสินปชัย สิงห์ขรณ์ อายุ 52 ปี ในพื้นที่หมู่ที่ 8 ตำบลอ่างคีรี อำเภอมะขาม จังหวัดจันทบุรี เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2561 ที่ผ่านมา เพราะดูลักษณะการก่อเหตุคนร้ายจะเลือกสวนทุเรียนที่ไม่มีคนเฝ้า และอยู่ติดริมถนน เพราะง่ายต่อการขนย้าย และคาดว่าคนร้ายน่าจะก่อเหตุในช่วงเวลากลางคืน เว็บ mm88betทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่า คนร้ายที่ลงมือก่อเหตุขโมยตัดทุเรียนของ นายสมปอง น่าจะเป็นคนร้ายรายเดียวกันกับที่เข้ามาก่อเหตุขโมยตัดทุเรียนของ นายสินปชัย สิงห์ขรณ์ อายุ 52 ปี ในพื้นที่หมู่ที่ 8 ตำบลอ่างคีรี อำเภอมะขาม จังหวัดจันทบุรี เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2561 ที่ผ่านมา เพราะดูลักษณะการก่อเหตุคนร้ายจะเลือกสวนทุเรียนที่ไม่มีคนเฝ้า และอยู่ติดริมถนน เพราะง่ายต่อการขนย้าย และคาดว่าคนร้ายน่าจะก่อเหตุในช่วงเวลากลางคืน 4พันตำรวจเอกญาณพล ยั่งยืน กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ด้านการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

อ่าน(117) | แสดงความคิดเห็น(371) | ส่งต่อ(706) |
ฝากของไว้ให้เจ้าของ!~~

เวทสวรรค์ 2021-09-25

พันเอกฐานทัพเรือ น้ำมันอพอลโล จับมือ บชน, บกจร จัดโครงการ “ซ้อนท้ายวิน ใส่หมวก 100%” 24 เมษายน พศ 2561 เวลา 21:18 น

แต่ใช่ว่า มนุษย์ไม่อาลัยไยดี กับลมหายใจ!

ขี่เป็นพัน 2021-09-25 16:56:18

เครือข่ายวัดธรรมกายยื่น บกปปปปลด พงศ์พร พ้น ผอพศ โวยทำนอกเหนืออำนาจหน้าที่ ขณะที่นายกฯ ตอกกลับ จะเคลื่อนไหวอะไรนักหนา ผอพศทำผิดอะไร ชี้ปมทุจริตเริ่มจาก ขรกต้องสอบว่าเงินไปอยู่ที่ไหน ย้ำเคารพพระสงฆ์ทุกรูป ผิด-ถูกว่าไปตามกฎหมาย สุวพันธุ์ ยันพงศ์พรทำตามหน้าที่ เชื่อพระผู้ใหญ่เข้าใจ ที่กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บกปปป) เวลา 1000 น วันที่ 24 เมษายน นายจรูญ วรรณกสิณานนท์ พร้อมด้วย นอ วินัย เสวกวิ และตัวแทนกลุ่มชาวพุทธพลังแผ่นดิน เดินทางมายื่นเอกสารต่อ พลตตกมล เหรียญราชา ผบกปปป เพื่อเอาผิด พตทพงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (ผอพศ) ในความผิดฐาน ม157 เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ กรณีได้เข้าร้องทุกข์กล่าวหาพระชั้นผู้ใหญ่ 5 รูปมีส่วนเกี่ยวข้องการทุจริตเงินทอนวัด ล็อต 3 โดยนายจรูญกล่าวว่า วันนี้มาร้องเรียนต่อ ปปปกรณี พตทพงศ์พร หลังจากปฏิบัติหน้าที่นอกเหนืออำนาจหน้าที่ในตำแหน่ง ผอพศ ซึ่งกฎหมายมิได้มอบอำนาจไว้ มีเจตนาทำให้วงการคณะสงฆ์เกิดความเสียหาย เสื่อมเสียชื่อเสียง เป็นที่ดูหมิ่นเหยียดหยามจากประชาชนทั่วไป เป็นเหตุให้เกิดวิกฤติศรัทธาขึ้นต่อพระสงฆ์ และอันตรายต่อความมั่นคงต่อสถาบันศาสนา การตรวจสอบทุจริตนั้นมีสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง) ดำเนินการอยู่แล้ว ซึ่งคณะสงฆ์มีธรรมวินัยเพื่อดำเนินการตรวจสอบพระสงฆ์ด้วยกันเอง และฆราวาสไม่มีสิทธิ์กล่าวโทษหรือวินิจฉัยแทน โดยทาง พศเป็นหน่วยงานสนองงานเพื่อพระพุทธศาสนาไม่ใช่มาตรวจสอบว่าถูกหรือผิดเสียเอง ทั้งนี้ หาก ผอพศจะร้องทุกข์กล่าวโทษ ก็ควรถอดเครื่องแบบราชการออก และมาในฐานะประชาชนธรรมดาจะดีกว่า นายจรูญกล่าว ด้าน นอวินัยกล่าวว่า ศาสนาเป็น 1 ใน 3 สถาบันหลักของชาติ และเป็นเรื่องละเอียดอ่อน มีผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติ โดยเรื่องเงินทอนนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำเงินมาถวายพระ และนำเงินกลับไป แต่สุดท้ายมาโยนความผิดให้พระสงฆ์ ซึ่งเรื่องดังกล่าว ผอพศและพระสงฆ์ควรเป็นโจทก์ยื่นฟ้องหาผู้กระทำความผิดมากกว่า ไม่ใช่มาดำเนินคดีกับพระสงฆ์ ส่วน พลตตกมลกล่าวว่า เบื้องต้นรับเรื่องไว้ตรวจสอบ และให้พนักงานสอบสวน ปปปดำเนินการสอบคำให้การผู้ร้องทุกข์ ก่อนพิจารณาตามขั้นตอนต่อไป ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรบนายจรูญ เป็นเครือข่ายเดียวกับนายกรณ์ มีดี เลขาธิการสมาพันธ์ชาวพุทธแห่งประเทศไทย และ รทบรรจบ บรรณรุจิ อาจารย์ภาควิชาภาษาตะวันออก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่มีความสัมพันธ์ที่ดีกับวัดในสายธรรมกาย อาทิ วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร วัดสามพระยา ที่เคยเคลื่อนไหวต่อต้าน พตทพงศ์พรมาแล้ว ที่ทำเนียบรัฐบาล พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช) ให้สัมภาษณ์ถึงการเดินหน้าปราบทุจริตเงินทอนวัดรอบใหม่ ที่เริ่มมีความเคลื่อนไหวจากพระสงฆ์บางกลุ่มว่า ต้องย้อนกลับไปดูว่าเรื่องนี้เริ่มมาจากการทุจริตในสำนักงานพระพุทธศาสนาฯ จะถูกหรือผิดก็ต้องว่ากันไป แต่ในทางกฎหมายก็ต้องสอบสวนว่าเงินเหล่านี้ไปอยู่ที่ไหนบ้าง บัญชีเป็นของใคร เขายังไม่ได้ว่าใครผิดหรือถูกเลย แล้วจะมาเคลื่อนไหวอะไรกันนักหนา ถ้าชี้แจงได้และถูกต้องตามกฎหมาย ก็จบไป ผมเคารพพระทุกรูปที่อยู่ในกระบวนการทุกองค์ ผมเป็นคนศาสนาพุทธ นับถือพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ดังนั้นสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ต้องทำให้เกิดความชัดเจนขึ้น การที่จะมีการเคลื่อนไหวของกลุ่มชาวพุทธพลังแผ่นดิน ก็ต้องดูว่าการเคลื่อนไหวนี้มันถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ ขั้นตอน กระบวนการตรวจสอบเป็นอย่างไร ผมบอกแล้วว่ามันเริ่มมาจากข้าราชการ มาจากสำนักพุทธฯ ก็ต้องไปดูว่าเงินไปที่ไหน ก็ไปสอบที่นั่น ก็แค่นั้น อย่าตีกันไปตีกันมา และที่สุดก็ไปลงโทษเฉพาะข้าราชการ อย่างนี้มันก็ไม่เป็นธรรมน่ะซิ มันต้องเป็นธรรม กฎหมายบังคับใช้กับทุกคน ผมไม่อยากให้เกิดความวุ่นวายเกิดขึ้น ถ้าตัวเองรู้ว่ามันจะเกิดความวุ่นวายก็อย่าทำ ก็แค่นั้นเอง กฎหมายมันมีอยู่ ส่วนที่กลุ่มชาวพุทธพลังแผ่นดินเรียกร้องให้ปลด พตทพงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ พ้นจาก ผอพศนั้น นายกฯ กล่าวว่า ผอพศเขามีความผิดอะไรหรือยัง เขาทำผิดหรือทำนอกกติกาหรือยัง ก็ยัง มันเป็นเพียงขั้นตอนการนำเข้าสู่การตรวจสอบเท่านั้น ถือเป็นต้นทางของกระบวนการ ซึ่งเราก็ต้องหาคนดี คนซื่อสัตย์ คนที่ซื่อตรงมาทำงานตรงนี้ และกระบวนการยุติธรรมในการสอบสวนก็ต้องว่ากันไป ยืนยันว่าตนเคารพพระสงฆ์ทุกรูป นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมตประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงาน พศ กล่าวถึงกรณีกลุ่มชาวพุทธพลังแผ่นดินยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี, บกปปป, ปปช ให้เอาผิด พตทพงศ์พร ทำหน้าที่เกินอำนาจของผู้อำนวยการ พศ ว่า ตนได้ให้ พตทพงศ์พรทำงานในหน้าที่อย่างเต็มที่ และสนับสนุนการดำเนินการในหน้าที่อย่างเต็มที่ ส่วนที่มีข่าวว่าที่ประชุมมหาเถรสมาคม (มส) เมื่อวันที่ 20 เมย ไม่พอใจการทำหน้าที่ของผู้อำนวยการ พศนั้น ตนกลับได้ยินมาคนละอย่าง เพราะได้ยินมาว่าทุกอย่างราบรื่นดี ที่สำคัญ ในที่ประชุมวันนั้นมีแค่ มสกับ พตทพงศ์พรเท่านั้น ไม่มีคนอื่น และพระผู้ใหญ่ระบุว่าการประชุมเป็นไปด้วยดี ดังนั้นข่าวดังกล่าวออกมาได้อย่างไร ผู้สื่อข่าวถามว่า การเคลื่อนไหวต่อต้าน พตทพงศ์พรกลับมาอีกครั้งหนึ่ง จะกลายมาเป็นการกดดันรัฐบาลในเรื่องนี้อีกหรือไม่ นายสุวพันธุ์กล่าวว่า ผมคิดว่าท่านพงศ์พร ณ วันนี้เขาทำตามอำนาจหน้าที่ที่เขามีอยู่ ผมคิดว่าอย่างนั้น ส่วนกลุ่มที่ต่อต้านระบุว่า พตทพงศ์พรทำเกินหน้าที่ตัวเองนั้น นายสุวพันธุ์ กล่าวว่า ตนยังไม่เห็นอะไร และอยากจะเห็นหนังสือที่เขายื่นมาก่อน เมื่อถามว่า จะต้องเป็นกาวใจให้ พตทพงศ์พร กับพระผู้ใหญ่อีกหรือไม่ นายสุวพันธุ์กล่าวว่า ไม่หรอก ตนสามารถติดต่อประสานงานกับพระผู้ใหญ่ได้อยู่ เรื่องนี้ไม่มีอะไร เมื่อถามย้ำว่าทางพระผู้ใหญ่เข้าใจการตรวจสอบในครั้งนี้หรือไม่ นายสุวพันธุ์กล่าวว่า เข้าใจ อะไรที่ถูกว่าไปตามถูก อะไรที่ไม่ถูกให้ว่าไปตามนั้น ทางคณะสงฆ์ไม่มีอะไร ขณะที่นายไพศาล พืชมงคล กรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี (พลอประวิตร วงษ์สุวรรณ) เปิดเผยผ่านเพจเฟซบุ๊กว่า เตรียมโห่อีกทีครับพี่น้อง! ขบวนการเงินทอนโกงวัด โกง เงินอุดหนุนโรงเรียนพระปริยัติธรรม ทั้งหัวโล้นหัวดำลำพองหนัก กำลังเตรียมยื่นเรื่องถึงนายก ขอถอดถอน ผอพศออกจากตำแหน่งอีกแล้ว คอยจับตาว่าใครชงเรื่องถึงนายก ว่าจะเดินเกมอย่างไร ยังไม่เข็ดๆ

จักรพรรดิอ้ายปิง 2021-09-25 16:56:18

คุณอาจจะคิดว่าดื่มกาแฟวันละแก้วเท่านั้นเอง ไม่มากไม่มายและไม่เป็นไร!! แต่สำหรับคนที่มีปัญหาความดันโลหิตสูงเป็นทุนเดิม ขอเตือนว่า กาแฟแก้วเดียวนี่แหละจะส่งผลต่อปัญหาเส้นเลือดกระทบไปถึงความดันของโลหิต ซึ่งมีผลการวิจัยยืนยันแล้วว่า กาเฟอีนจะไปบล็อกฮอร์โมนที่ช่วยขยายเส้นเลือดและสร้างสารบางตัว ซึ่งหมายถึงการเพิ่มความเสี่ยงต่อความดันโลหิตนั่นเอง ดังนั้นเลี่ยงได้ก็ควรจะกระทำเป็นอย่างยิ่งค่ะ, ไอที คล้ายเทพเจ้าองค์ใหม่แห่งยุคสมัย ทั้งคน-ทั้งวัตถุ วันนี้ ล้วนขับเคลื่อนด้วยไอที。 เนื้อหาใจความของคำสั่งดังกล่าวมีสาระสำคัญสรุปได้หลักๆ ก็คือ หลังมีการแก้ไข พรบองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ เมื่อปี 2560 ที่ก็คือแก้ในยุค คสชและในยุค สนชปัจจุบัน ที่มีการปรับปรุงโครงสร้างและอํานาจหน้าที่ ตลอดจนกําหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับคุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม รวมทั้งวิธีการสรรหาและคัดเลือกบุคคลเพื่อแต่งตั้งเป็น กสทช และปัจจุบันอยู่ระหว่างกระบวนการสรรหาและคัดเลือกบุคคลเพื่อแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งดังกล่าว 。

Jin Ai Hou Jiguang 2021-09-25 16:56:18

กรณีดังกล่าวแม้อุตสาหกรรมจังหวัดระยองจะใช้อำนาจตาม พรบโรงงาน พศ2535 สั่งให้โรงงานดังกล่าวหยุดประกอบกิจการ 15 วันบ้าง 30 วันบ้างเพื่อให้มีการแก้ไขปรับปรุงกระบวนการผลิตเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อชาวบ้านและสิ่งแวดล้อมแล้วก็ตาม แต่คำสั่งดังกล่าวไม่สามารถนำมาสู่การแก้ไขปัญหาที่สะสมมาอย่างต่อเนื่องและยาวนานได้ ชาวบ้านยังคงได้รับผลกระทบไม่จบไม่สิ้น,ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่า คนร้ายที่ลงมือก่อเหตุขโมยตัดทุเรียนของ นายสมปอง น่าจะเป็นคนร้ายรายเดียวกันกับที่เข้ามาก่อเหตุขโมยตัดทุเรียนของ นายสินปชัย สิงห์ขรณ์ อายุ 52 ปี ในพื้นที่หมู่ที่ 8 ตำบลอ่างคีรี อำเภอมะขาม จังหวัดจันทบุรี เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2561 ที่ผ่านมา เพราะดูลักษณะการก่อเหตุคนร้ายจะเลือกสวนทุเรียนที่ไม่มีคนเฝ้า และอยู่ติดริมถนน เพราะง่ายต่อการขนย้าย และคาดว่าคนร้ายน่าจะก่อเหตุในช่วงเวลากลางคืน 。 ตอบไม่ตรงคำถาม หรือคำถามไม่ตรงคำตอบ เป็นเรื่องที่แจกแจงอธิบายใหม่กันได้ แต่คำถามที่ไม่รู้ว่าคำตอบนั้นจะถูกใจคนถาม หรือทำร้ายคนถามเสียมากกว่านั้น นับว่าเป็นเรื่องน่ากลัวนะจ๊ะ คำถามนี้มีอยู่ว่า ถ้าเป็นโสด แล้วอายุยืนไปถึง 90 ปี จะใช้ชีวิตลำบากไหม?? ก็มีคอมเมนต์กันต่างๆ นานา น่าสนใจบ้าง น่าแปลกใจบ้าง เป็นเรื่องของอิสรภาพแห่งความคิดของแต่ละคนค่ะ ที่น่าสนใจก็คือ มีการตอบโดยอาศัยหลักธรรมาอรรถาธิบายว่า เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นเรื่องธรรมดา และมีการระบุว่า ทุกข์ของคนแต่งงานหรือมีครอบครัวนั้นก็มีไม่น้อย เหมือนประมาณที่จะเตือนว่า ชีวิตคู่นั้น คนในอาจจะอยากออก คนนอกก็อยากจะเข้าเหลือเกิน ทั้งๆ ที่เกิดมาเป็นมนุษย์แล้วล้วนจะต้องเวียนว่ายอยู่ในทุกข์สุขเป็นเรื่องธรรมชาติ ไม่มีหรอกนะที่จะเกิดมาแล้วมีความสุขเต็ม 100% แต่อาจจะมีเยอะทีเดียวที่คิดว่า ทำไมตัวเองโชคร้าย เกิดมาก็พบแต่ความทุกข์ นั่นเพราะนำตัวเองไปเปรียบเทียบกันคนอื่นนั่นเอง การจะอยู่เป็นโสด หรือมีครอบครัว แล้วเป็นห่วงและกังวลไปถึงอนาคตข้างหน้าว่า ชีวิตแบบไหนจะดีกว่านั้น มนุษย์ป้าขอยกมือบอกเลยค่ะว่า ความไม่จีรังคือสิ่งที่แน่แท้จีรังที่สุด ไม่มีใครชี้ถูกชี้ผิด หรือความถูกต้องเหมาะสมได้หรอกว่า โสดหรือแต่งงานดีกว่า เพราะชะตาชีวิตของแต่ละคนนั้นขึ้นกับบุญกรรมที่ทำร่วมกันมา (อุเหม่!! ถ้าดูละครบุพเพสันนิวาสก็น่าจะเข้าใจดีนะ) ฉะนั้น คำถามที่ไม่อยู่กับปัจจุบันแบบตอนนี้อายุ 40 คิดไปถึง 90 โน่น ควรจะลบทิ้งแล้วกลับมาตั้งประเด็นใหม่ว่า เราจะทำยังไงที่จะอยู่อย่างมีคุณภาพหากอายุยืนถึง 90?? แน่นอน ต้องมีสุขภาพที่ดีมาก่อนเป็นอันดับแรก เมื่อสุขภาพดี เราก็จะมีสติและปัญญาที่จะหาหนทางสร้างฐานะทางเศรษฐกิจ ซึ่งถือเป็นองค์ประกอบสำคัญในการดำรงชีวิตได้อย่างมีคุณภาพอันพึงปรารถนา สุขภาพดี ฐานะการเงินมั่นคง อาจจะไม่ต้องถึงกับมั่งคั่ง ก็จะเป็นต้นทุนที่ดีในการที่เราจะใช้ชีวิตบนเส้นทางที่เราวาดหวัง ไม่ว่าจะมีครอบครัวหรือไม่มีก็ตาม สมมุติว่า ไม่มีครอบครัว คุณก็จะสามารถวางแผนชีวิตของตัวเองได้อย่างคล่องและเป็นอิสระ แต่ถ้ามีครอบครัวเมื่อไร เท่ากับคุณมี ห่วง มาผูกคอ และต้องยอมรับว่า จะคิดจะทำอะไรก็ต้องเอาครอบครัวมาเป็นตัวแปรหลักในการตัดสินใจจริงไหมคะ สำหรับมนุษย์ป้ามีครอบครัว มีลูก 2 คน สารภาพเลยว่า ทำอะไรก็ต้องห่วงตลอด ห่วงไปถึงอนาคตข้างหน้าของลูกๆ ดังนั้น มันน่าจะ ซตพได้ใช่ไหมคะว่า ชีวิตเมื่อเกิดขึ้นมาแล้วก็ต้องมีความรับผิดชอบ และกระทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด คนเป็นโสดก็มีหน้าที่เพื่อตัวเอง คนมีครอบครัวก็มีหน้าที่เพื่อครอบครัว สัจธรรมชีวิต คิดกังวลล่วงหน้าไปทำไม สู้เอามาวางแผนว่า ถ้าแต่งจะทำอะไร ไม่แต่งจะทำอะไรดีกว่าไหม?? ป้าเอง 。

วัดไทจง 2021-09-25 16:56:18

เครือข่ายวัดธรรมกายยื่น บกปปปปลด พงศ์พร พ้น ผอพศ โวยทำนอกเหนืออำนาจหน้าที่ ขณะที่นายกฯ ตอกกลับ จะเคลื่อนไหวอะไรนักหนา ผอพศทำผิดอะไร ชี้ปมทุจริตเริ่มจาก ขรกต้องสอบว่าเงินไปอยู่ที่ไหน ย้ำเคารพพระสงฆ์ทุกรูป ผิด-ถูกว่าไปตามกฎหมาย สุวพันธุ์ ยันพงศ์พรทำตามหน้าที่ เชื่อพระผู้ใหญ่เข้าใจ ที่กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บกปปป) เวลา 1000 น วันที่ 24 เมษายน นายจรูญ วรรณกสิณานนท์ พร้อมด้วย นอ วินัย เสวกวิ และตัวแทนกลุ่มชาวพุทธพลังแผ่นดิน เดินทางมายื่นเอกสารต่อ พลตตกมล เหรียญราชา ผบกปปป เพื่อเอาผิด พตทพงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (ผอพศ) ในความผิดฐาน ม157 เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ กรณีได้เข้าร้องทุกข์กล่าวหาพระชั้นผู้ใหญ่ 5 รูปมีส่วนเกี่ยวข้องการทุจริตเงินทอนวัด ล็อต 3 โดยนายจรูญกล่าวว่า วันนี้มาร้องเรียนต่อ ปปปกรณี พตทพงศ์พร หลังจากปฏิบัติหน้าที่นอกเหนืออำนาจหน้าที่ในตำแหน่ง ผอพศ ซึ่งกฎหมายมิได้มอบอำนาจไว้ มีเจตนาทำให้วงการคณะสงฆ์เกิดความเสียหาย เสื่อมเสียชื่อเสียง เป็นที่ดูหมิ่นเหยียดหยามจากประชาชนทั่วไป เป็นเหตุให้เกิดวิกฤติศรัทธาขึ้นต่อพระสงฆ์ และอันตรายต่อความมั่นคงต่อสถาบันศาสนา การตรวจสอบทุจริตนั้นมีสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง) ดำเนินการอยู่แล้ว ซึ่งคณะสงฆ์มีธรรมวินัยเพื่อดำเนินการตรวจสอบพระสงฆ์ด้วยกันเอง และฆราวาสไม่มีสิทธิ์กล่าวโทษหรือวินิจฉัยแทน โดยทาง พศเป็นหน่วยงานสนองงานเพื่อพระพุทธศาสนาไม่ใช่มาตรวจสอบว่าถูกหรือผิดเสียเอง ทั้งนี้ หาก ผอพศจะร้องทุกข์กล่าวโทษ ก็ควรถอดเครื่องแบบราชการออก และมาในฐานะประชาชนธรรมดาจะดีกว่า นายจรูญกล่าว ด้าน นอวินัยกล่าวว่า ศาสนาเป็น 1 ใน 3 สถาบันหลักของชาติ และเป็นเรื่องละเอียดอ่อน มีผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติ โดยเรื่องเงินทอนนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำเงินมาถวายพระ และนำเงินกลับไป แต่สุดท้ายมาโยนความผิดให้พระสงฆ์ ซึ่งเรื่องดังกล่าว ผอพศและพระสงฆ์ควรเป็นโจทก์ยื่นฟ้องหาผู้กระทำความผิดมากกว่า ไม่ใช่มาดำเนินคดีกับพระสงฆ์ ส่วน พลตตกมลกล่าวว่า เบื้องต้นรับเรื่องไว้ตรวจสอบ และให้พนักงานสอบสวน ปปปดำเนินการสอบคำให้การผู้ร้องทุกข์ ก่อนพิจารณาตามขั้นตอนต่อไป ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรบนายจรูญ เป็นเครือข่ายเดียวกับนายกรณ์ มีดี เลขาธิการสมาพันธ์ชาวพุทธแห่งประเทศไทย และ รทบรรจบ บรรณรุจิ อาจารย์ภาควิชาภาษาตะวันออก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่มีความสัมพันธ์ที่ดีกับวัดในสายธรรมกาย อาทิ วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร วัดสามพระยา ที่เคยเคลื่อนไหวต่อต้าน พตทพงศ์พรมาแล้ว ที่ทำเนียบรัฐบาล พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช) ให้สัมภาษณ์ถึงการเดินหน้าปราบทุจริตเงินทอนวัดรอบใหม่ ที่เริ่มมีความเคลื่อนไหวจากพระสงฆ์บางกลุ่มว่า ต้องย้อนกลับไปดูว่าเรื่องนี้เริ่มมาจากการทุจริตในสำนักงานพระพุทธศาสนาฯ จะถูกหรือผิดก็ต้องว่ากันไป แต่ในทางกฎหมายก็ต้องสอบสวนว่าเงินเหล่านี้ไปอยู่ที่ไหนบ้าง บัญชีเป็นของใคร เขายังไม่ได้ว่าใครผิดหรือถูกเลย แล้วจะมาเคลื่อนไหวอะไรกันนักหนา ถ้าชี้แจงได้และถูกต้องตามกฎหมาย ก็จบไป ผมเคารพพระทุกรูปที่อยู่ในกระบวนการทุกองค์ ผมเป็นคนศาสนาพุทธ นับถือพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ดังนั้นสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ต้องทำให้เกิดความชัดเจนขึ้น การที่จะมีการเคลื่อนไหวของกลุ่มชาวพุทธพลังแผ่นดิน ก็ต้องดูว่าการเคลื่อนไหวนี้มันถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ ขั้นตอน กระบวนการตรวจสอบเป็นอย่างไร ผมบอกแล้วว่ามันเริ่มมาจากข้าราชการ มาจากสำนักพุทธฯ ก็ต้องไปดูว่าเงินไปที่ไหน ก็ไปสอบที่นั่น ก็แค่นั้น อย่าตีกันไปตีกันมา และที่สุดก็ไปลงโทษเฉพาะข้าราชการ อย่างนี้มันก็ไม่เป็นธรรมน่ะซิ มันต้องเป็นธรรม กฎหมายบังคับใช้กับทุกคน ผมไม่อยากให้เกิดความวุ่นวายเกิดขึ้น ถ้าตัวเองรู้ว่ามันจะเกิดความวุ่นวายก็อย่าทำ ก็แค่นั้นเอง กฎหมายมันมีอยู่ ส่วนที่กลุ่มชาวพุทธพลังแผ่นดินเรียกร้องให้ปลด พตทพงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ พ้นจาก ผอพศนั้น นายกฯ กล่าวว่า ผอพศเขามีความผิดอะไรหรือยัง เขาทำผิดหรือทำนอกกติกาหรือยัง ก็ยัง มันเป็นเพียงขั้นตอนการนำเข้าสู่การตรวจสอบเท่านั้น ถือเป็นต้นทางของกระบวนการ ซึ่งเราก็ต้องหาคนดี คนซื่อสัตย์ คนที่ซื่อตรงมาทำงานตรงนี้ และกระบวนการยุติธรรมในการสอบสวนก็ต้องว่ากันไป ยืนยันว่าตนเคารพพระสงฆ์ทุกรูป นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมตประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงาน พศ กล่าวถึงกรณีกลุ่มชาวพุทธพลังแผ่นดินยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี, บกปปป, ปปช ให้เอาผิด พตทพงศ์พร ทำหน้าที่เกินอำนาจของผู้อำนวยการ พศ ว่า ตนได้ให้ พตทพงศ์พรทำงานในหน้าที่อย่างเต็มที่ และสนับสนุนการดำเนินการในหน้าที่อย่างเต็มที่ ส่วนที่มีข่าวว่าที่ประชุมมหาเถรสมาคม (มส) เมื่อวันที่ 20 เมย ไม่พอใจการทำหน้าที่ของผู้อำนวยการ พศนั้น ตนกลับได้ยินมาคนละอย่าง เพราะได้ยินมาว่าทุกอย่างราบรื่นดี ที่สำคัญ ในที่ประชุมวันนั้นมีแค่ มสกับ พตทพงศ์พรเท่านั้น ไม่มีคนอื่น และพระผู้ใหญ่ระบุว่าการประชุมเป็นไปด้วยดี ดังนั้นข่าวดังกล่าวออกมาได้อย่างไร ผู้สื่อข่าวถามว่า การเคลื่อนไหวต่อต้าน พตทพงศ์พรกลับมาอีกครั้งหนึ่ง จะกลายมาเป็นการกดดันรัฐบาลในเรื่องนี้อีกหรือไม่ นายสุวพันธุ์กล่าวว่า ผมคิดว่าท่านพงศ์พร ณ วันนี้เขาทำตามอำนาจหน้าที่ที่เขามีอยู่ ผมคิดว่าอย่างนั้น ส่วนกลุ่มที่ต่อต้านระบุว่า พตทพงศ์พรทำเกินหน้าที่ตัวเองนั้น นายสุวพันธุ์ กล่าวว่า ตนยังไม่เห็นอะไร และอยากจะเห็นหนังสือที่เขายื่นมาก่อน เมื่อถามว่า จะต้องเป็นกาวใจให้ พตทพงศ์พร กับพระผู้ใหญ่อีกหรือไม่ นายสุวพันธุ์กล่าวว่า ไม่หรอก ตนสามารถติดต่อประสานงานกับพระผู้ใหญ่ได้อยู่ เรื่องนี้ไม่มีอะไร เมื่อถามย้ำว่าทางพระผู้ใหญ่เข้าใจการตรวจสอบในครั้งนี้หรือไม่ นายสุวพันธุ์กล่าวว่า เข้าใจ อะไรที่ถูกว่าไปตามถูก อะไรที่ไม่ถูกให้ว่าไปตามนั้น ทางคณะสงฆ์ไม่มีอะไร ขณะที่นายไพศาล พืชมงคล กรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี (พลอประวิตร วงษ์สุวรรณ) เปิดเผยผ่านเพจเฟซบุ๊กว่า เตรียมโห่อีกทีครับพี่น้อง! ขบวนการเงินทอนโกงวัด โกง เงินอุดหนุนโรงเรียนพระปริยัติธรรม ทั้งหัวโล้นหัวดำลำพองหนัก กำลังเตรียมยื่นเรื่องถึงนายก ขอถอดถอน ผอพศออกจากตำแหน่งอีกแล้ว คอยจับตาว่าใครชงเรื่องถึงนายก ว่าจะเดินเกมอย่างไร ยังไม่เข็ดๆ, ครมเห็นชอบโยกย้ายผู้ว่าราชการจังหวัด 12 ตำแหน่ง พ่อเมืองเชียงรายสลับพะเยา เซาะฐานเสียงเพื่อไทยโยก ผวจเชียงใหม่นั่งรองปลัด มท1 ยันไม่เกี่ยวกรณีบ้านพักศาล พออธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม) เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ถึงการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการว่า ครมมีมติเห็นชอบโยกย้ายบัญชีรายชื่อข้าราชการสังกัดกระทรวงมหาดไทย ตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ ดังนี้ 1ให้นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ พ้นจากตำแหน่งรองปลัดกระทรวง และแต่งตั้งให้เป็น ผวจเชียงใหม่ 2ให้นายปวิณ ชำนิประศาสน์ พ้นจาก ผวจเชียงใหม่ และแต่งตั้งให้เป็นรองปลัดกระทรวงมหาดไทย 3นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร พ้นจาก ผวจเชียงราย และแต่งตั้งให้เป็น ผวจพะเยา 4ให้นายประจญ ปรัชญ์สกุล พ้นจากผวจพะเยา และแต่งตั้งให้เป็น ผวจเชียงราย 5ให้นายณรงค์ พลละเอียด พ้นจาก ผวจชุมพร และแต่งตั้งให้เป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย 6ให้นายพิสุทธิ์ บุษยพรรณพงศ์ พ้นจาก ผวจบึงกาฬ และแต่งตั้งให้เป็นผู้ตรวจกระทรวงมหาดไทย 7ให้นายวิบูลย์ รัตนาภรณ์วงศ์ พ้นจากตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย และแต่งตั้งเป็น ผวจชุมพร 8ให้นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร พ้นจากผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย และแต่งตั้งให้เป็น ผวจบึงกาฬ 9ให้นายสุริยะ อมรโรจน์วรวุฒิ พ้นจากตำแหน่ง ผวจปราจีนบุรี และแต่งตั้งให้เป็น ผวจอำนาจเจริญ 10ให้นายพิบูลย์ หัตถกิจโกศล พ้นจากผวจเพชรบูรณ์ และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ผวจปราจีนบุรี 11ให้นายสืบศักดิ์ เอี่ยมวิจารณ์ พ้นจาก ผวจแม่ฮ่องสอน และแต่งตั้งให้เป็น ผวจเพชรบูรณ์ 12ให้นายสิริรัฐ ชุมอุปการ พ้นจาก ผวจอำนาจเจริญ และแต่งตั้งให้เป็น ผวจแม่ฮ่องสอน ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นต้นไป พลออนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึง ครมมีมติเห็นชอบโยกย้ายนายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ให้ดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงมหาดไทย และแต่งตั้งให้นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ขึ้นเป็นผู้ว่าฯ เชียงใหม่ ว่า หากพูดในภาพรวม ทางนายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย มองว่าควรปรับให้ลงฝาลงตัว และการโยกย้ายนายปวิณ ไม่ได้เกี่ยวกับปัญหาเรื่องการสร้างบ้านพักตุลาการในพื้นที่ป่าเชิงดอยสุเทพ จเชียงใหม่ ซึ่งทุกคนมีความรู้ความสามารถในการทำงาน เพียงแต่ปรับให้เหมาะสมกับพื้นที่ ไม่ได้มีประเด็นอื่นในข้อพิจารณา ผู้สื่อข่าวถามว่า การโยกย้ายผู้ว่าฯ ในครั้งนี้ บางจังหวัดมีสาเหตุการโยกย้ายเกี่ยวข้องกับเรื่องสถิติอุบัติเหตุการเสียชีวิตของประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ที่ไม่สามารถลดจำนวนผู้เสียชีวิตลงด้วยหรือไม่ พลออนุพงษ์กล่าวว่า เราได้รับข้อมูลมาในเรื่องนี้ ซึ่งก็ได้สอบถามการดำเนินงานของผู้ว่าราชการจังหวัดในทุกจังหวัด ทุกคนก็พยายามที่จะลดอุบัติเหตุอยู่แล้ว แต่ก็รับฟังข้อมูลมาว่าจังหวัดใดมีมากหรือมีข้อคิดเห็นว่ายังทำไม่เต็มที่เรื่องนี้ ตนก็รับฟังมา พลออนุพงษ์กล่าวถึงกรณีเสนอความเห็นให้ปรับแก้คุณสมบัติผู้ลงสมัครเป็นผู้บริหารในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในกรณีเคยเกี่ยวข้องกับการทุจริตเพื่อไม่ให้ลงสมัครลงเลือกตั้งท้องถิ่นครั้งถัดไปว่า เรื่องนี้อยู่ในการพิจารณา ตามที่มีการเสนอมา ขอให้ดูผลการพิจารณาก่อน นายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม) ถึงความคืบหน้าการจัดทำกฎหมายที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งท้องถิ่น 6 ฉบับว่า มีความก้าวหน้า โดยมีการพิจารณาไปแล้ว 87 มาตรา จาก 130 มาตรา แต่ 80 มาตราดังกล่าว เป็นไปด้วยความยุ่งยาก เพราะคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต) ต้องการกำหนดกระบวนการที่ดูแลการเลือกตั้งให้บริสุทธิ์ยุติธรรม มีการกำหนดรายละเอียดขั้นตอน และกำหนดข้อห้ามการกระทำต่างๆ ภายในหน่วยเลือกตั้งและบริเวณเลือกตั้งจำนวนมาก ซึ่งคณะกรรมการกฤษฎีกาจะต้องพิจารณาว่าประเด็นเหล่านี้จะปฏิบัติได้หรือไม่ จะปฏิบัติอย่างไร และมีโทษอะไรที่เหมาะสม อย่างไรก็ตาม คงไม่สามารถเสร็จภายในเดือน เมยได้ เนื่องจากมีวันหยุดจำนวนมาก。 เครือข่ายวัดธรรมกายยื่น บกปปปปลด พงศ์พร พ้น ผอพศ โวยทำนอกเหนืออำนาจหน้าที่ ขณะที่นายกฯ ตอกกลับ จะเคลื่อนไหวอะไรนักหนา ผอพศทำผิดอะไร ชี้ปมทุจริตเริ่มจาก ขรกต้องสอบว่าเงินไปอยู่ที่ไหน ย้ำเคารพพระสงฆ์ทุกรูป ผิด-ถูกว่าไปตามกฎหมาย สุวพันธุ์ ยันพงศ์พรทำตามหน้าที่ เชื่อพระผู้ใหญ่เข้าใจ ที่กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บกปปป) เวลา 1000 น วันที่ 24 เมษายน นายจรูญ วรรณกสิณานนท์ พร้อมด้วย นอ วินัย เสวกวิ และตัวแทนกลุ่มชาวพุทธพลังแผ่นดิน เดินทางมายื่นเอกสารต่อ พลตตกมล เหรียญราชา ผบกปปป เพื่อเอาผิด พตทพงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (ผอพศ) ในความผิดฐาน ม157 เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ กรณีได้เข้าร้องทุกข์กล่าวหาพระชั้นผู้ใหญ่ 5 รูปมีส่วนเกี่ยวข้องการทุจริตเงินทอนวัด ล็อต 3 โดยนายจรูญกล่าวว่า วันนี้มาร้องเรียนต่อ ปปปกรณี พตทพงศ์พร หลังจากปฏิบัติหน้าที่นอกเหนืออำนาจหน้าที่ในตำแหน่ง ผอพศ ซึ่งกฎหมายมิได้มอบอำนาจไว้ มีเจตนาทำให้วงการคณะสงฆ์เกิดความเสียหาย เสื่อมเสียชื่อเสียง เป็นที่ดูหมิ่นเหยียดหยามจากประชาชนทั่วไป เป็นเหตุให้เกิดวิกฤติศรัทธาขึ้นต่อพระสงฆ์ และอันตรายต่อความมั่นคงต่อสถาบันศาสนา การตรวจสอบทุจริตนั้นมีสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง) ดำเนินการอยู่แล้ว ซึ่งคณะสงฆ์มีธรรมวินัยเพื่อดำเนินการตรวจสอบพระสงฆ์ด้วยกันเอง และฆราวาสไม่มีสิทธิ์กล่าวโทษหรือวินิจฉัยแทน โดยทาง พศเป็นหน่วยงานสนองงานเพื่อพระพุทธศาสนาไม่ใช่มาตรวจสอบว่าถูกหรือผิดเสียเอง ทั้งนี้ หาก ผอพศจะร้องทุกข์กล่าวโทษ ก็ควรถอดเครื่องแบบราชการออก และมาในฐานะประชาชนธรรมดาจะดีกว่า นายจรูญกล่าว ด้าน นอวินัยกล่าวว่า ศาสนาเป็น 1 ใน 3 สถาบันหลักของชาติ และเป็นเรื่องละเอียดอ่อน มีผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติ โดยเรื่องเงินทอนนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำเงินมาถวายพระ และนำเงินกลับไป แต่สุดท้ายมาโยนความผิดให้พระสงฆ์ ซึ่งเรื่องดังกล่าว ผอพศและพระสงฆ์ควรเป็นโจทก์ยื่นฟ้องหาผู้กระทำความผิดมากกว่า ไม่ใช่มาดำเนินคดีกับพระสงฆ์ ส่วน พลตตกมลกล่าวว่า เบื้องต้นรับเรื่องไว้ตรวจสอบ และให้พนักงานสอบสวน ปปปดำเนินการสอบคำให้การผู้ร้องทุกข์ ก่อนพิจารณาตามขั้นตอนต่อไป ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรบนายจรูญ เป็นเครือข่ายเดียวกับนายกรณ์ มีดี เลขาธิการสมาพันธ์ชาวพุทธแห่งประเทศไทย และ รทบรรจบ บรรณรุจิ อาจารย์ภาควิชาภาษาตะวันออก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่มีความสัมพันธ์ที่ดีกับวัดในสายธรรมกาย อาทิ วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร วัดสามพระยา ที่เคยเคลื่อนไหวต่อต้าน พตทพงศ์พรมาแล้ว ที่ทำเนียบรัฐบาล พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช) ให้สัมภาษณ์ถึงการเดินหน้าปราบทุจริตเงินทอนวัดรอบใหม่ ที่เริ่มมีความเคลื่อนไหวจากพระสงฆ์บางกลุ่มว่า ต้องย้อนกลับไปดูว่าเรื่องนี้เริ่มมาจากการทุจริตในสำนักงานพระพุทธศาสนาฯ จะถูกหรือผิดก็ต้องว่ากันไป แต่ในทางกฎหมายก็ต้องสอบสวนว่าเงินเหล่านี้ไปอยู่ที่ไหนบ้าง บัญชีเป็นของใคร เขายังไม่ได้ว่าใครผิดหรือถูกเลย แล้วจะมาเคลื่อนไหวอะไรกันนักหนา ถ้าชี้แจงได้และถูกต้องตามกฎหมาย ก็จบไป ผมเคารพพระทุกรูปที่อยู่ในกระบวนการทุกองค์ ผมเป็นคนศาสนาพุทธ นับถือพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ดังนั้นสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ต้องทำให้เกิดความชัดเจนขึ้น การที่จะมีการเคลื่อนไหวของกลุ่มชาวพุทธพลังแผ่นดิน ก็ต้องดูว่าการเคลื่อนไหวนี้มันถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ ขั้นตอน กระบวนการตรวจสอบเป็นอย่างไร ผมบอกแล้วว่ามันเริ่มมาจากข้าราชการ มาจากสำนักพุทธฯ ก็ต้องไปดูว่าเงินไปที่ไหน ก็ไปสอบที่นั่น ก็แค่นั้น อย่าตีกันไปตีกันมา และที่สุดก็ไปลงโทษเฉพาะข้าราชการ อย่างนี้มันก็ไม่เป็นธรรมน่ะซิ มันต้องเป็นธรรม กฎหมายบังคับใช้กับทุกคน ผมไม่อยากให้เกิดความวุ่นวายเกิดขึ้น ถ้าตัวเองรู้ว่ามันจะเกิดความวุ่นวายก็อย่าทำ ก็แค่นั้นเอง กฎหมายมันมีอยู่ ส่วนที่กลุ่มชาวพุทธพลังแผ่นดินเรียกร้องให้ปลด พตทพงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ พ้นจาก ผอพศนั้น นายกฯ กล่าวว่า ผอพศเขามีความผิดอะไรหรือยัง เขาทำผิดหรือทำนอกกติกาหรือยัง ก็ยัง มันเป็นเพียงขั้นตอนการนำเข้าสู่การตรวจสอบเท่านั้น ถือเป็นต้นทางของกระบวนการ ซึ่งเราก็ต้องหาคนดี คนซื่อสัตย์ คนที่ซื่อตรงมาทำงานตรงนี้ และกระบวนการยุติธรรมในการสอบสวนก็ต้องว่ากันไป ยืนยันว่าตนเคารพพระสงฆ์ทุกรูป นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมตประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงาน พศ กล่าวถึงกรณีกลุ่มชาวพุทธพลังแผ่นดินยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี, บกปปป, ปปช ให้เอาผิด พตทพงศ์พร ทำหน้าที่เกินอำนาจของผู้อำนวยการ พศ ว่า ตนได้ให้ พตทพงศ์พรทำงานในหน้าที่อย่างเต็มที่ และสนับสนุนการดำเนินการในหน้าที่อย่างเต็มที่ ส่วนที่มีข่าวว่าที่ประชุมมหาเถรสมาคม (มส) เมื่อวันที่ 20 เมย ไม่พอใจการทำหน้าที่ของผู้อำนวยการ พศนั้น ตนกลับได้ยินมาคนละอย่าง เพราะได้ยินมาว่าทุกอย่างราบรื่นดี ที่สำคัญ ในที่ประชุมวันนั้นมีแค่ มสกับ พตทพงศ์พรเท่านั้น ไม่มีคนอื่น และพระผู้ใหญ่ระบุว่าการประชุมเป็นไปด้วยดี ดังนั้นข่าวดังกล่าวออกมาได้อย่างไร ผู้สื่อข่าวถามว่า การเคลื่อนไหวต่อต้าน พตทพงศ์พรกลับมาอีกครั้งหนึ่ง จะกลายมาเป็นการกดดันรัฐบาลในเรื่องนี้อีกหรือไม่ นายสุวพันธุ์กล่าวว่า ผมคิดว่าท่านพงศ์พร ณ วันนี้เขาทำตามอำนาจหน้าที่ที่เขามีอยู่ ผมคิดว่าอย่างนั้น ส่วนกลุ่มที่ต่อต้านระบุว่า พตทพงศ์พรทำเกินหน้าที่ตัวเองนั้น นายสุวพันธุ์ กล่าวว่า ตนยังไม่เห็นอะไร และอยากจะเห็นหนังสือที่เขายื่นมาก่อน เมื่อถามว่า จะต้องเป็นกาวใจให้ พตทพงศ์พร กับพระผู้ใหญ่อีกหรือไม่ นายสุวพันธุ์กล่าวว่า ไม่หรอก ตนสามารถติดต่อประสานงานกับพระผู้ใหญ่ได้อยู่ เรื่องนี้ไม่มีอะไร เมื่อถามย้ำว่าทางพระผู้ใหญ่เข้าใจการตรวจสอบในครั้งนี้หรือไม่ นายสุวพันธุ์กล่าวว่า เข้าใจ อะไรที่ถูกว่าไปตามถูก อะไรที่ไม่ถูกให้ว่าไปตามนั้น ทางคณะสงฆ์ไม่มีอะไร ขณะที่นายไพศาล พืชมงคล กรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี (พลอประวิตร วงษ์สุวรรณ) เปิดเผยผ่านเพจเฟซบุ๊กว่า เตรียมโห่อีกทีครับพี่น้อง! ขบวนการเงินทอนโกงวัด โกง เงินอุดหนุนโรงเรียนพระปริยัติธรรม ทั้งหัวโล้นหัวดำลำพองหนัก กำลังเตรียมยื่นเรื่องถึงนายก ขอถอดถอน ผอพศออกจากตำแหน่งอีกแล้ว คอยจับตาว่าใครชงเรื่องถึงนายก ว่าจะเดินเกมอย่างไร ยังไม่เข็ดๆ。

เสี่ยวหมิงจักรพรรดิหยวนหยวน 2021-09-25 16:56:18

ประยุทธ์ แสลงคำว่าดูด ย้ำไม่ใช่เครื่องดูดฝุ่น สวนหมัด มาร์ค กลับไปดูแลลูกพรรค รวมทั้งสำรวจผลงานที่ผ่านมา แจงลงพื้นที่บุรีรัมย์ไม่มี แอบพบคนตระกูลชิดชอบแน่ ลั่นตอนนี้เป็นกลาง ยังกั๊กเรื่องลงสนามการเมืองบอกยังไม่ถึงเวลา ขู่ใช้กฎหมายจัดหนัก วัชระ-สื่อ ปูดข่าวสี่หมื่นล้านไร้หลักฐาน อุตตม-สนธิรัตน์ ประสานเสียงพรรครัฐบาลยังไม่สะเด็ดน้ำ เมื่อวันที่ 24 เมย ในช่วงเช้า พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป) ระบุว่า คสชเดินสายดูดอดีตนักการเมือง โดยใช้ตำแหน่งผู้ช่วยรัฐมนตรีเป็นตัวล่อว่า ไม่ได้ยิน ฉันไม่ใช่เครื่องดูดฝุ่น วิพากษ์วิจารณ์ไปซิ ฉันไม่สนใจอยู่แล้ว ทำงานอย่างเดียวไม่เกี่ยวกัน ต่อมาในเวลา 1415 น พลอประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ย้ำอีกครั้งว่า บอกแล้วว่าไม่ใช่เครื่องดูดอากาศหรือเครื่องดูดฝุ่น เพราะฉะนั้นต้องไปดูว่าข้อกล่าวหาที่ว่า คสชหรือรัฐบาลนี้จะไปบังคับคนนั้นคนนี้ บังคับนักธุรกิจ พ่อค้า ประชาชน จะเอาอำนาจอะไรไปบังคับเขาเหล่านั้น ดังนั้นคำพูดดังกล่าวก็เป็นเรื่องของท่านเอง การที่บอกว่านักธุรกิจต้องสนับสนุนสิ่งต่างๆ ให้กับนักการเมืองและพรรคการเมืองนั้น ควรไปดูข้อกฎหมายว่าทำได้หรือไม่ เพราะถ้ากฎหมายระบุว่าทำไม่ได้ ก็ทำไม่ได้อยู่ดี เรื่องนี้ไม่ต้องไปห้ามใครเขา และเรื่องเหล่านี้ก็มีการตรวจสอบกันอยู่แล้ว เมื่อถามถึงกรณีเสียงวิจารณ์ คสชและรัฐบาลจะดูดตระกูลชิดชอบมาเป็นพรรคพวกเป็นรายต่อไป พลอประยุทธ์ตอบว่า ไม่อยากให้ทุกคนไปใช้คำดังกล่าวตามที่นักการเมืองพูดออกมา เพราะการกล่าวว่าใครดูดใคร ต้องไปดูว่าผลงานของพรรคการเมืองของเขาที่ผ่านมาเป็นอย่างไร มีการดูแลสมาชิกพรรค สสทุกคนมีโอกาสได้แสดงความคิดเห็นและนำความต้องการของประชาชนไปสู่การขับเคลื่อนของพรรคหรือไม่ ในขณะที่พรรคอื่นเป็นรัฐบาลหรือไม่ได้เป็น ได้ให้ความสำคัญกับสมาชิกที่เป็นลูกพรรคหรือไม่แค่ไหน หรือให้ความสำคัญไม่เพียงพอ ผมเข้าใจว่านักการเมืองทุกคน อยากเข้ามาทำงานเพื่อบ้านเมือง แต่มักไปติดที่นโยบายพรรค นโยบายหัวหน้าพรรคหรือผู้สนับสนุน แต่ยืนยันว่า คสชไม่มีใครมีบทบาทเหนือตรงนี้ เราสามารถทำงานทุกอย่างเป็นอิสระ ดังนั้นขอให้กลับไปดูที่ผลงาน ใครจะดูดหรือถูกดูดก็เป็นเรื่องของเขา และขอให้ไปดูแลสมาชิกของท่านให้ดีที่สุด ทั้งนี้ ผมเคยฟังนักการเมืองพูดว่าการเข้ามาทำงานให้ประเทศสำหรับพรรคการเมืองที่ได้เข้ามาเป็นรัฐบาล ก็อยากทำงานให้ครบตลอด 4 ปีตามอายุรัฐบาล แต่ทำไม่ได้มากนัก ช่วง 2 ปีแรกก็เริ่มทำงานได้ดีอยู่ แต่หลังจากปีที่ 2 ไปแล้วทำไม่ค่อยได้ เพราะต้องเตรียมตัวยุบสภา เขาพูดกับผมแบบนี้เลย เพราะฉะนั้นเขาอาจต้องทำอะไรต่างๆ ตามแนวทางนโยบายของพรรคและหัวหน้าพรรค ซึ่งมันไม่ถูกต้อง พลอประยุทธ์กล่าวย้ำต้องดูแลทุกฝ่าย นายกฯ กล่าวอีกว่า การเป็นรัฐบาลไม่ว่าจะมากหรือน้อย ต้องร่วมมือให้ได้ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาล ต้องดูแลทั้งสองฝ่าย ประชาธิปไตยคือต้องปฏิบัติตามเสียงส่วนใหญ่ ขณะเดียวกันก็ต้องดูแลเสียงส่วนน้อย ซึ่งเป็นฝ่ายค้านด้วยว่าจะทำอย่างไรให้พื้นที่ และประชาชนในพื้นที่ของฝ่ายค้านได้ประโยชน์ด้วย ก็จะลดปัญหาความเหลื่อมล้ำ รวมทั้งการกระจายรายได้ ที่ผ่านมาโทษกันไปมา ว่ารัฐบาลนี้รัฐบาลนั้นตัดงบประมาณในพื้นที่ต่างๆ ที่ไม่ใช่ของตัวเอง ซึ่งที่ผ่านมาการลงพื้นที่เดินสายหาเสียงยังทำไม่ได้เลย แล้วมันจะพัฒนาประเทศได้อย่างไร พลอประยุทธ์กล่าวว่า อยากขอร้องว่ารัฐบาลหน้าไม่ว่าใครเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาลก็ต้องร่วมมือกันในกิจการที่ก่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ ประชาชนทั้งประเทศได้ประโยชน์ ไม่ใช่ได้ประโยชน์เฉพาะพื้นที่ที่เป็นฝ่ายรัฐบาลอย่างเดียว ทุกคนที่เข้ามาทำงานการเมือง ไม่ต้องไปกลัวอะไรทั้งสิ้น จะเลือกตั้งเมื่อไหร่มันอยู่ที่ว่าเราจะบริหารราชการแผ่นดินได้อย่างไรให้โปร่งใสเป็นธรรม ไม่เช่นนั้นก็จะซักฟอกคัดค้านอภิปรายกันไปเรื่อย เหมือนที่ผ่านมาไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้สักอย่าง คสชและรัฐบาลเข้ามาทำงานตรงนี้ไม่ใช่คู่ขัดแย้งของใคร รัฐบาลเป็นเหมือนคนกลางที่เข้ามา ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาลในอดีตที่ผ่านมา รัฐบาลนี้ก็ต้องอยู่ตรงกลาง และทำทุกอย่าง ไม่ว่าใครจะเป็นรัฐบาลหรือฝ่ายค้านในวันข้างหน้าก็ต้องร่วมมือกันให้ได้ รัฐบาลมุ่งหวังเพียงเท่านั้น เมื่อถามว่า มีเสียงสะท้อนว่าหากนายกฯ จะดึงนักการเมือง ก็ควรดึงนักการเมืองที่ดีๆ พลอประยุทธ์ กล่าวว่า แน่นอน แต่อะไรคือที่ว่าดีๆ ที่ดีๆ คืออะไร หลายคนอาจอยากทำความดี แต่มันทำดีไม่ได้ ท้ายที่สุดถูกนโยบายพรรค ถูกอะไรต่างๆ มันทำให้เขาต้องเปลี่ยนแปลง ปรับตัวเองก็เลยเสียไปทั้งหมด ไม่ได้รังเกียจนักการเมือง หากใครมาแสดงบทบาทว่าจะร่วมกันพัฒนาประเทศ ทำเพื่อประเทศชาติ เราจะไม่ทำการเมืองแบบเดิมๆ ก็ยินดีกับทุกคน จะมาอยู่ตรงไหนก็อยู่ไปเถอะ พลอประยุทธ์กล่าวอีกว่า หลังตั้งนายสนธยา คุณปลื้ม หัวหน้าพรรคพลังชลมาเป็นที่ปรึกษานายกฯฝ่ายการเมือง ก็ยังไม่มีการตั้งใครเพิ่ม และการตั้งนายสนธยานั้น ก็เพื่อให้ดูภาคตะวันออก เพราะเขาทำงานทางภาคตะวันออก ได้รับความเชื่อมั่นจากประชาชนพอสมควร จึงให้มาเป็นที่ปรึกษาแค่นั้น ไม่ได้มุ่งหวังทางการเมืองอะไร วันนั้นบังเอิญตอบเร็วไปนิดหนึ่ง ซึ่งเรื่องการเมือง ยังไม่ได้ปรึกษาอะไรสักคำ เพราะยังไม่ได้เดินการเมืองเลย ใครจะเดินก็ว่าไป เมื่อถามว่า การประชุม ครมและลงพื้นที่ จสุรินทร์และบุรีรัมย์ ในวันที่ 7-8 พคนี้ มีอะไรพิเศษหรือไม่ พลอประยุทธ์กล่าวว่า เป็นการลงพื้นที่ปกติ เหมือนจังหวัดอื่นๆ ไม่มีการพบใครแบบส่วนตัวหรือพบใครในที่รโหฐาน แต่พบกันในที่ใหญ่ๆ กว้างๆ ร่วมกับประชาชนทั่วไป เพราะใครจะมารับก็ไม่ปฏิเสธ ถือเป็นเรื่องเจ้าบ้านที่ดีก็มารับเป็นธรรมดาลั่นยังไม่ตกลงใคร ผมไม่ไปตกลงการเมืองอะไรกับใครทั้งสิ้น ผมไม่สามารถตกลงอะไรกับใคร เพราะผมยังไม่ไปสู่ตรงนั้น เป็นเรื่องของกระบวนการทางการเมือง ใครจะทำอะไรก็ทำไป แต่อย่ามาเอาผมไปเกี่ยวข้องตรงนี้ พลอประยุทธ์กล่าว ถามอีกว่า ในเดือน มิย ยังเชิญพรรคการเมืองมาหารือเพื่อกำหนดวันเลือกตั้งอยู่หรือไม่ พลอประยุทธ์กล่าวว่า ตั้งแต่ มิยเป็นต้นไป จะหาโอกาสพูดคุย เขาอยากจะคุยหรือไม่ ยังไม่รู้เหมือนกัน เพราะเขาบอกจะไม่คุย แล้วจะไปคุยกับใคร คุยกับสื่อหรือ สื่อไม่ใช่นักการเมือง แล้วไปยุ่งอะไรกับนักการเมืองเขา เมื่อเขาไม่อยากคุยก็ไม่ต้องคุย ก็แค่นั้น ทำไมต้องมากดดันรัฐบาล เมื่อถามว่า อึดอัดใจหรือไม่ที่มีหลายพรรคการเมืองอยากเสนอชื่อ พลอประยุทธ์เป็นนายกฯ คนนอกหลังเลือกตั้ง พลอประยุทธ์ตอบว่า รู้สึกเฉยๆ เพราะผมยังไม่ได้ตอบรับอะไรใครซักคน เมื่อถามย้ำว่า แต่ไม่ปฏิเสธตอบรับใช่หรือไม่ พลอประยุทธ์นิ่ง หยุดคิดไปครู่หนึ่ง ก่อนกล่าวว่า ไม่รู้ๆ เมื่อถามอีกว่าแนวทางของพรรคการเมืองแบบใดที่จะตัดสินใจเข้าร่วม พลอประยุทธ์ตอบว่า ผมไม่ร่วมกับพรรคไหน แล้วจะไปร่วมอะไรกับใครได้ ตอนนี้ไม่รู้ตัว ผมอยู่ตรงกลาง จะเป็นอะไร จะทำอะไรก็แล้วแต่ ผมต้องอยู่ตรงกลางให้ได้ คำว่าตรงกลางคือเอาทุกคนมาร่วมกันบริหารประเทศให้ได้ ด้วยกลไกประชาธิปไตย แต่จะไปอย่างไรผมยังไม่รู้ และผมจะไปตรงนั้นได้อย่างไรก็ยังไม่รู้เหมือนกัน พลอประยุทธ์กล่าวถึงกรณีนายวัชระ เพชรทอง อดีต สสพรรค ปชป ระบุว่า คสชเตรียมสืบทอดอำนาจโดยใช้เงินตั้งพรรคทหารถึง 40,000 ล้านบาท ว่า นายวัชระพูดหลายครั้งแล้ว ชอบพูดประเด็นนั้น ประเด็นนี้ว่ามีการทุจริต เสร็จแล้วก็เงียบหายไป เดี๋ยวก็กลับไปเอามาใหม่ ขอความกรุณาว่าให้ไปหาข้อมูล มาสิว่า 4 หมื่นล้านมาจากไหน เพราะไม่ใช่เงินน้อยๆ จะเอามาได้อย่างไร เอามาจากใคร แล้วใครจะให้ตั้ง 4 หมื่นล้าน แล้วจะเอาเงินจำนวนนี้ไปตั้งพรรคการเมืองหรือ เอาเงินจำนวนนี้ไปดูแลประชาชนไม่ดีกว่าหรือ ถ้าได้เงินมาขนาดนี้ เราต้องว่ากันด้วยหลักฐาน ผมกำลังให้ฝ่ายกฎหมายดูว่าการออกมาพูดแบบนี้มันทำให้เกิดความเสียหายอะไรหรือไม่อย่างไร รวมถึงสื่อสำนักพิมพ์ต่างๆ ที่นำมาเผยแพร่ด้วย เพราะถ้าเผยแพร่โดยไม่มีหลักฐาน ก็มี พรบคอมพิวเตอร์ดูแลอยู่ ก็ขอให้ระมัดระวังกันด้วย เพราะไม่อยากให้ใครเดือดร้อน รัฐบาลไม่ได้ขู่ ไม่ได้ใช้กฎหมายไปบังคับ แต่กฎหมายมันมีอยู่แล้ว ก็ขอเตือนให้ทุกคนได้ทราบ พลอประยุทธ์กล่าว ภายหลังนายกฯ แถลงข่าวเสร็จสิ้น นายกฯ ได้เดินออกจากโพเดียมอย่างอารมณ์ดี เมื่อผู้สื่อข่าวได้กระเซ้าว่า ดูนายกฯ แก้มตอบไป พลอประยุทธ์กล่าวว่า ไม่ได้ไปเสริมสวยแบบเธอ แต่เมื่อผู้สื่อข่าวจึงชี้แจงว่าที่ถามว่าแก้มตอบหมายถึงการดูดนักการเมืองขณะนี้ พลอประยุทธ์กล่าวว่า จะไปดูดนักการเมืองอะไร ยังไม่ได้เป็นหัวหน้าพรรคไหนเลย เมื่อถามสวนว่า แล้วนายกฯ จะเป็นหัวหน้าพรรคใดหรือไม่ พลอประยุทธ์กล่าวว่า ไม่รู้ และเมื่อถามอีกว่าไม่รู้แสดงว่าไม่ปฏิเสธใช่หรือไม่ พลอประยุทธ์กล่าวทันทีว่า ไม่แสดงตอนนี้ มีรายงานว่า นายวัชระเตรียมแถลงชี้แจงประเด็นดังกล่าวที่พรรคในเวลา 1030 น วันที่ 25 เมยพรรครัฐบาลไม่คืบหน้า นายอุตตม สาวนายน รมวอุตสาหกรรม ปฏิเสธตอบคำถามเตรียมตั้งพรรคการเมือง โดยกล่าวเพียงว่า เคยให้สัมภาษณ์ไปแล้ว ขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้าและความชัดเจนใดๆ และยืนยันว่าไม่มีการประสานภาคธุรกิจขอความร่วมมือไม่ให้สนับสนุนพรรคการเมืองที่มีอยู่อย่างที่วิพากษ์วิจารณ์ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมวพาณิชย์ กล่าวถึงเสียงวิพากษ์วิจารณ์การดูดนักการเมืองเพื่อหวังประโยชน์ทางการเมือง ว่าข้อเท็จจริงการแต่งตั้งนายสนธยาเพื่อต้องการให้มาช่วยงานในโครงการระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษ (อีอีซี) ที่รัฐบาลมีปัญหาสื่อสารเรื่องนี้ไปสู่การรับรู้ของประชาชน ไม่เห็นว่าจะดูดนักการเมืองอย่างไร เข้ามาช่วยเราทำงาน เมื่อถามถึงความคืบหน้าเตรียมตั้งพรรคการเมือง นายสนธิรัตน์กล่าวว่า ยังหารือกันอยู่ มีกระบวนการหลายๆ อย่าง แต่ยังไม่คืบหน้าใดๆ ยังตอบไม่ได้ว่าสเปกคนในพรรคจะเป็นอย่างไร เพราะเป็นเรื่องที่ต้องผ่านการตกลงกันก่อน ด้านนายสมคิด เชื้อคง อดีต สสอุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสการดูดนักการเมืองว่า เป็นเรื่องปกติ ใครจะโดนดูดไม่เป็นอะไร สำคัญที่นายอภิสิทธิ์อย่าโดนดูดไปด้วยก็แล้วกัน เคยพูดไม่สนับสนุนนายกฯ คนนอก ขอให้มั่นคงกับสิ่งที่พูด อย่าเปลี่ยนจุดยืน ไม่ใช่พอหลังเลือกตั้งไปแล้วเป็นอีกแบบ ขอเตือนเอาไว้ก่อนด้วยความเป็นห่วง ส่วนที่นายวัชระระบุถึงเม็ดเงิน 4 หมื่นล้านบาทนั้น ไม่ทราบ แต่กระบวนการเหล่านี้หากมีการเสนอมาหนีไม่พ้นเรื่องเงิน เรื่องตำแหน่ง เป็นเหมือนการตีตราจองล่วงหน้า แปลกใจฝั่งผู้มีอำนาจมากกว่า ก่อนหน้าเคยบอกว่ารังเกียจนักการเมือง เป็นคนไม่ดี เป็นพวกโกงกิน แล้วทำไมตอนนี้พยายามให้พวกเขามาร่วมงานด้วย ที่พูดเอาไว้ก่อนยึดอำนาจในวันนั้น กับวันนี้ไม่เหมือนกันแล้ว แสดงว่าไม่ต้องการปฏิรูปการเมืองอย่างแท้จริง นายสมคิดกล่าว เมื่อถามถึงพื้นที่ จอุบลราชธานี มีความเคลื่อนไหวอะไรที่น่าจับตาหรือไม่ นายสมคิดกล่าวว่า ได้ยินกระแสข่าวมาเหมือนกันว่า พรรคพลังประชารัฐ พรรคพลังชาติไทย และพรรคเสรีรวมไทย เริ่มไปหาผู้คน เตรียมตัวทำกิจกรรมการเมือง โดยเฉพาะพลังประชารัฐ มีการขับเคลื่อนมาก ประสานมาทางนักการเมืองชื่อดังบางคนที่เคยทำพรรคการเมืองมาก่อน แต่พวกเราไม่หวั่นไหว พรรคเพื่อไทยในฐานะแชมป์เก่า หน้าที่เราคือต้องการป้องกันแชมป์ต่อไป แม้จะเป็นเรื่องยาก, เนื้อหาใจความของคำสั่งดังกล่าวมีสาระสำคัญสรุปได้หลักๆ ก็คือ หลังมีการแก้ไข พรบองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ เมื่อปี 2560 ที่ก็คือแก้ในยุค คสชและในยุค สนชปัจจุบัน ที่มีการปรับปรุงโครงสร้างและอํานาจหน้าที่ ตลอดจนกําหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับคุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม รวมทั้งวิธีการสรรหาและคัดเลือกบุคคลเพื่อแต่งตั้งเป็น กสทช และปัจจุบันอยู่ระหว่างกระบวนการสรรหาและคัดเลือกบุคคลเพื่อแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งดังกล่าว 。 ครมเห็นชอบโยกย้ายผู้ว่าราชการจังหวัด 12 ตำแหน่ง พ่อเมืองเชียงรายสลับพะเยา เซาะฐานเสียงเพื่อไทยโยก ผวจเชียงใหม่นั่งรองปลัด มท1 ยันไม่เกี่ยวกรณีบ้านพักศาล พออธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม) เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ถึงการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการว่า ครมมีมติเห็นชอบโยกย้ายบัญชีรายชื่อข้าราชการสังกัดกระทรวงมหาดไทย ตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ ดังนี้ 1ให้นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ พ้นจากตำแหน่งรองปลัดกระทรวง และแต่งตั้งให้เป็น ผวจเชียงใหม่ 2ให้นายปวิณ ชำนิประศาสน์ พ้นจาก ผวจเชียงใหม่ และแต่งตั้งให้เป็นรองปลัดกระทรวงมหาดไทย 3นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร พ้นจาก ผวจเชียงราย และแต่งตั้งให้เป็น ผวจพะเยา 4ให้นายประจญ ปรัชญ์สกุล พ้นจากผวจพะเยา และแต่งตั้งให้เป็น ผวจเชียงราย 5ให้นายณรงค์ พลละเอียด พ้นจาก ผวจชุมพร และแต่งตั้งให้เป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย 6ให้นายพิสุทธิ์ บุษยพรรณพงศ์ พ้นจาก ผวจบึงกาฬ และแต่งตั้งให้เป็นผู้ตรวจกระทรวงมหาดไทย 7ให้นายวิบูลย์ รัตนาภรณ์วงศ์ พ้นจากตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย และแต่งตั้งเป็น ผวจชุมพร 8ให้นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร พ้นจากผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย และแต่งตั้งให้เป็น ผวจบึงกาฬ 9ให้นายสุริยะ อมรโรจน์วรวุฒิ พ้นจากตำแหน่ง ผวจปราจีนบุรี และแต่งตั้งให้เป็น ผวจอำนาจเจริญ 10ให้นายพิบูลย์ หัตถกิจโกศล พ้นจากผวจเพชรบูรณ์ และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ผวจปราจีนบุรี 11ให้นายสืบศักดิ์ เอี่ยมวิจารณ์ พ้นจาก ผวจแม่ฮ่องสอน และแต่งตั้งให้เป็น ผวจเพชรบูรณ์ 12ให้นายสิริรัฐ ชุมอุปการ พ้นจาก ผวจอำนาจเจริญ และแต่งตั้งให้เป็น ผวจแม่ฮ่องสอน ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นต้นไป พลออนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึง ครมมีมติเห็นชอบโยกย้ายนายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ให้ดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงมหาดไทย และแต่งตั้งให้นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ขึ้นเป็นผู้ว่าฯ เชียงใหม่ ว่า หากพูดในภาพรวม ทางนายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย มองว่าควรปรับให้ลงฝาลงตัว และการโยกย้ายนายปวิณ ไม่ได้เกี่ยวกับปัญหาเรื่องการสร้างบ้านพักตุลาการในพื้นที่ป่าเชิงดอยสุเทพ จเชียงใหม่ ซึ่งทุกคนมีความรู้ความสามารถในการทำงาน เพียงแต่ปรับให้เหมาะสมกับพื้นที่ ไม่ได้มีประเด็นอื่นในข้อพิจารณา ผู้สื่อข่าวถามว่า การโยกย้ายผู้ว่าฯ ในครั้งนี้ บางจังหวัดมีสาเหตุการโยกย้ายเกี่ยวข้องกับเรื่องสถิติอุบัติเหตุการเสียชีวิตของประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ที่ไม่สามารถลดจำนวนผู้เสียชีวิตลงด้วยหรือไม่ พลออนุพงษ์กล่าวว่า เราได้รับข้อมูลมาในเรื่องนี้ ซึ่งก็ได้สอบถามการดำเนินงานของผู้ว่าราชการจังหวัดในทุกจังหวัด ทุกคนก็พยายามที่จะลดอุบัติเหตุอยู่แล้ว แต่ก็รับฟังข้อมูลมาว่าจังหวัดใดมีมากหรือมีข้อคิดเห็นว่ายังทำไม่เต็มที่เรื่องนี้ ตนก็รับฟังมา พลออนุพงษ์กล่าวถึงกรณีเสนอความเห็นให้ปรับแก้คุณสมบัติผู้ลงสมัครเป็นผู้บริหารในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในกรณีเคยเกี่ยวข้องกับการทุจริตเพื่อไม่ให้ลงสมัครลงเลือกตั้งท้องถิ่นครั้งถัดไปว่า เรื่องนี้อยู่ในการพิจารณา ตามที่มีการเสนอมา ขอให้ดูผลการพิจารณาก่อน นายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม) ถึงความคืบหน้าการจัดทำกฎหมายที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งท้องถิ่น 6 ฉบับว่า มีความก้าวหน้า โดยมีการพิจารณาไปแล้ว 87 มาตรา จาก 130 มาตรา แต่ 80 มาตราดังกล่าว เป็นไปด้วยความยุ่งยาก เพราะคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต) ต้องการกำหนดกระบวนการที่ดูแลการเลือกตั้งให้บริสุทธิ์ยุติธรรม มีการกำหนดรายละเอียดขั้นตอน และกำหนดข้อห้ามการกระทำต่างๆ ภายในหน่วยเลือกตั้งและบริเวณเลือกตั้งจำนวนมาก ซึ่งคณะกรรมการกฤษฎีกาจะต้องพิจารณาว่าประเด็นเหล่านี้จะปฏิบัติได้หรือไม่ จะปฏิบัติอย่างไร และมีโทษอะไรที่เหมาะสม อย่างไรก็ตาม คงไม่สามารถเสร็จภายในเดือน เมยได้ เนื่องจากมีวันหยุดจำนวนมาก。

ความคิดเห็นที่ร้อนแรง
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

เข้าสู่ระบบ จดทะเบียน

pg slot โปร สมาชิก ใหม่1️⃣M98| สล็อต rg8881️⃣LOOK618| รวม slot ฝาก 10 รับ 1001️⃣LOOK618| ฝาก 30 รับ 150 ถอน ไม่ อั้น1️⃣LOOK618| joker999th 1️⃣2021| xo slot game1️⃣M98| เครดิต ฟรี ยิง ปลา 1501️⃣LOOK618| ฝาก 991️⃣M98| sagame777 เครดิต ฟรี 1️⃣2021| puss888 10 รับ 1001️⃣M98| slot เครดิต ฟรี 50 1️⃣2021| joker 29291️⃣LOOK618| ufabet456 ทาง เข้า1️⃣M98| joker gaming ถอนเงิน 1️⃣2021| slot16881️⃣M98| สล็อต ค่าย jdb1️⃣M98| บา ค่า ร่า ยู ฟ่า 1911️⃣LOOK618| สล็อต เติม เงิน ผ่าน sms1️⃣LOOK618| fafa8551️⃣LOOK618| sbfplay551️⃣M98| เครดิต ฟรี ไม่ ต้อง ฝาก ไม่ ต้อง แชร์ แค่ สมัคร 20201️⃣M98| สล็อต เครดิต ฟรี 2020 ไม่ ต้อง ฝาก 1️⃣2021| mafia1231️⃣LOOK618| สล็อต มังกร1️⃣LOOK618| สล็อต เบ ท ต่ำ1️⃣LOOK618| pg เครดิต ฟรี1️⃣M98| สล็อต เติม true wallet ไม่มี ขั้น ต่ำ 20201️⃣LOOK618| คา สิ โน ออนไลน์ โอน ผ่าน วอ เลท1️⃣LOOK618| 168slotm1️⃣M98| ลอง ปั่น สล็อต1️⃣LOOK618| ufax10 เครดิต ฟรี1️⃣M98| sa gaming สมัคร สมาชิก1️⃣LOOK618| เครดิต ฟรี ไม่ ต้อง ฝาก ไม่ ต้อง แชร์ 100 1️⃣2021| ดาวน์โหลด แอ พ สล็อต1️⃣LOOK618| สมัคร slotxo 678 1️⃣2021| joker โปร 1️⃣2021| บา คา ร่า ออนไลน์ 771️⃣LOOK618| 1688games สล็อต1️⃣LOOK618| เว็บ ไหน แจก เครดิต ฟรี 1️⃣2021| slot pp demo1️⃣LOOK618| สล็อต autoplay 1️⃣2021| slot168 game1️⃣LOOK618| ปั่น สล็อต1️⃣M98| ทดลอง เล่น บา คารา1️⃣M98| สล็อต เบ ท ต่ำ1️⃣LOOK618| joker338 net1️⃣M98| เกม รอยัล ค่า สิ โน1️⃣LOOK618| บา คา ร่า 99881️⃣M98| 50 รับ 100 ถอน ไม่ อั้น pg 1️⃣2021| บา คา ร่า ฝาก 50 1️⃣2021| เว็บ คา สิ โน ฟรี1️⃣LOOK618| pg slot สมัคร1️⃣M98| เครดิต ฟรี 1000 ถอน ได้ 20211️⃣M98| 35xslot 1️⃣2021| ทดลอง เล่น แคน ดี้ ฟรี1️⃣LOOK618| มาเฟีย 88 ทาง เข้า1️⃣M98| gclub casino คา สิ โน ออนไลน์1️⃣LOOK618| jets slot pg 1️⃣2021| เกม ยิง ปลา joker1231️⃣M98| joker123th เครดิต ฟรี1️⃣LOOK618| allwingame 331️⃣M98| ค่าย pg เว็บ ตรง 1️⃣2021| ฝาก 29 รับ 100 วอ เลท ล่าสุด1️⃣M98| aibacca2021 1️⃣2021| บา คา ร่า ufacash 1️⃣2021| สล็อต 22th 1️⃣2021| ทุน ฟรี ไม่ ต้อง ฝาก ไม่ ต้อง แชร์ ล่าสุด1️⃣LOOK618| mfgame81️⃣LOOK618| บา คา ร่า แจก เค ดิ ต ฟรี 1️⃣2021| โปร 10 บาท รับ 1001️⃣M98| เครดิต ฟรี ไม่ ต้อง ฝาก 2018 1️⃣2021| pragmatic play ฟรี เครดิต 1️⃣2021| slot007 v11️⃣M98| เล่น บา คา ร่า 1681️⃣M98| gowin55 เครดิต ฟรี1️⃣M98| mm88usa 1️⃣2021| สล็อต ออนไลน์ 881️⃣M98| slotxo ฝาก ทาง วอ เลท1️⃣M98| 1688 เกม1️⃣LOOK618| slot ฟรี เครดิต ไม่ ต้อง ฝาก ไม่ ต้อง แชร์1️⃣LOOK618| แจก เครดิต ไม่ ต้อง แชร์1️⃣LOOK618| ts911 คา สิ โน ออนไลน์1️⃣M98| เครดิต ฟรี mafia 1️⃣2021| gold88 club1️⃣M98| สมัคร ฝาก ถอน ไม่มี ขั้น ต่ํา1️⃣M98| 29 รับ 100 pg1️⃣M98| บา คา ร่า 99 1️⃣2021| slot king99 1️⃣2021| gclub vp1️⃣M98| สล็อต แจก เครดิต ฟรี ไม่ ต้อง ฝาก 2563 1️⃣2021| worldslot16881️⃣M98| เว็บ คา สิ โน 881️⃣M98| โปร สล็อต pg 1️⃣2021| joker เล่น ผ่าน เว็บ1️⃣M98|